Author: adminone (page 1 of 6)

เมื่อส้วมตันต้องทำยังไง

            เป็นปัญหาโลกแตกมากสำหรับปัญหาส้วมตันซึ่งหลายคนนั้นคงไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นแต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องมาหาวิธีการแก้ไขปัญหาซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยากอีกต่อไปเลยถ้าหากว่าในพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาส้วมตันแล้วเราก็ให้เราลองกดน้ำ

โดยการกดค้างไว้ถ้าหากยังไม่ลงอีกให้ใช้เป็นวิธีการนำน้ำยาล้างจานมาเทลงในโถส้วม หลังจากนั้นก็ปล่อยให้น้ำยาทำปฏิกิริยาไปแบบนั้นประมาณสัก 1 ชั่วโมงเมื่อครบ 1 ชั่วโมงแล้วให้เราลงมากดน้ำดูอีกครั้งหนึ่งว่าอาการส้วมตันของเรานั้นหายหรือไม่ซึ่งถ้ายังไม่หายไม่ต้องตกใจไปนะคะให้คุณเดินเข้าไปในห้องครัวหลังจากนั้นให้คุณตั้งหม้อน้ำ

โดยต้มหม้อน้ำให้มีน้ำร้อนในปริมาณที่ค่อนข้างมากเป็นหม้อน้ำขนาดใหญ่ได้เลยยิ่งดีโดยต้มน้ำให้มีความเดือดหลังจากต้มน้ำจนเดือดเรียบร้อยแล้วให้คุณยกน้ำที่กำลังเดือดอยู่นั้นมาเทลงไปในโถส้วมของคุณค่ะ เชื่อไหมครับว่าเพียงแค่การเทน้ำร้อนลงไปก็จะสามารถไปย่อยสลายสิ่งอุดตันที่อยู่ภายในโถส้วมของคนได้แล้ว

หลังจากนั้นให้คุณกดชักโครกอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่อุดตันก็จะหายไปในทันทีวิธีการนี้ทำได้บ่อยๆไม่มีผลเสียกับชักโครกของเราแต่อย่างใดนะคะซึ่งทุกครั้งที่มีปัญหาส้วมตันให้ลองทำแบบนี้รับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอนค่ะ เพราะหลายคนคงอาจจะเคยใช้ตัวปั๊มส้วมซึ่งบางครั้งก็สามารถที่จะทำให้ส้วมหายตันได้แต่บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้

ดังนั้นการใช้น้ำยาล้างจานพร้อมกับน้ำร้อนราดลงไปจะเป็นวิธีการที่ง่ายและดีที่สุดอย่างไรก็ตามเมื่อเรามีการแก้ไขปัญหาส้วมตันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมล้างทำความสะอาดห้องน้ำของเราโดยเฉพาะบริเวณโถส้วมอีกครั้งหนึ่งเพื่อป้องกันเชื้อโรคโดยถ้าหากว่าน้ำร้อนเราเหลือเราก็สามารถนำน้ำร้อนนั้นลากไปบริเวณพื้นห้องน้ำรวมถึงท่อน้ำ

ซึ่งการราดน้ำร้อนลงไปในท่อน้ำนั้นจะช่วยให้เรานั้นสามารถขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่อาจจะอยู่ตามบริเวณท่อน้ำหรือสัตว์เลื้อยคลานต่างๆขนาดเล็กที่อาจจะเลื้อยคลานอยู่ในบริเวณท่อน้ำเพราะพวกมันชอบความชื้นก็เป็นไปได้ดังนั้นการที่เราต้มน้ำเดือดแล้วมาล้างตรงบริเวณท่อน้ำก็จะช่วยให้บ้านของเรานั้นปราศจากสัตว์มีพิษและสัตว์เลื้อยคลานซึ่งอาจจะแฝงตัวอยู่ตามบริเวณท่อน้ำก็เป็นไปได้นะคะ

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

วิธีการซักผ้าสีขาวอย่างไรให้สะอาดเหมือนใหม่

         สำหรับการซักผ้านั้นเชื่อว่าหลายคนคงรู้วิธีการซักอยู่แล้วหรือบางคนนั้นก็ไม่ได้มีการซักมือเพราะว่ามีเครื่องซักผ้าเป็นตัวช่วยและสำหรับบางคนที่ไม่มีเวลาซักผ้าก็อาจจะจ้างร้านซักผ้าให้ซักรีดให้เลยทีเดียวแต่อย่างไรก็ตามการซักผ้านั้นก็เป็นข้อมูลพื้นฐานที่เราควรจะมีความรู้เอาไว้ถ้างั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการซักผ้าอย่างไรให้สะอาด

โดยเฉพาะผ้าขาวซึ่งไม่ว่าจะซักกี่ครั้งกี่ครั้งหลายคนก็จะสังเกตว่าผ้าขาวของเรานั้นหม่นหมองดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการซักผ้าขาวอย่างไรให้ขาวกันค่ะสำหรับการซักผ้าขาวนั้นทำได้ง่ายๆเลยนั่นก็คือนำผ้าขาวมาแยกออกจากผ้าสีหลังจากนั้นให้นำผ้าขาวทั้งหมดที่เราจะซักไปแช่ไว้ในน้ำเปล่าก่อนโดยควรแช่ทิ้งไว้ประมาณซัก 1 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมง

เพื่อให้ค่าเหมือนใครต่างๆที่ติดตามเสื้อผ้านั้นได้หลุดลอกเพื่อที่จะได้ซักออกได้ง่ายๆหลังจากที่มีการแช่น้ำเปล่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วครบตามกำหนดระยะเวลาของเราแล้วก็นำเสื้อสีขาวนั้นมาขยี้ในน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คราบสกปรกนั้นหลุดลอกออกไปบางส่วนหลังจากนั้นก็นำเสื้อผ้าขาวที่เรามีการแช่และขยี้ เรียบร้อยแล้วมาซักกับน้ำที่มีการผสมผงซักฟอก

โดยเบื้องต้นนั้นให้มีการแช่ผ้าขาวในน้ำที่มีผงซักฟอกก่อนซักประมาณ 30 นาทีหลังจากนั้นค่อยมาซักผ้าขาวโดยการขยี้เบาๆไม่ต้องรุนแรงมากนักที่สำคัญไม่ต้องใช้แปรงก็ได้เพราะคราบสกปรกต่างๆที่เราได้มีการแช่น้ำเปล่าและน้ำกลับเอาไว้นั้นก็จะหลุดลอกออกง่ายอยู่แล้วหลังจากเมื่อเราซักผ้าเสร็จ เรียบร้อยแล้ว

เราก็นำผ้าที่เราซักผงซักฟอกนั้นมาล้างน้ำเปล่าด้วยการซักน้ำเปล่าออกประมาณซัก 2 รอบซึ่งจะทำให้ผ้าของเรานั้นสะอาดปราศจากกลิ่นผงซักฟอกหลังจากนั้นก็บีบน้ำออกจากผ้าให้แห้งมากๆแล้วสลัดผ้าก่อนที่จะนำไปตากเพียงเท่านี้ถ้าขาวของเราก็จะสะอาดเหมือนใหม่แล้วแต่ถ้าหากผ้าสีขาวของใครมีรอยด่าง

ซึ่งซักยากเป็นพิเศษนั้นหลังจากที่มีการแช่ผ้ากับน้ำสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วควรจะมีการแช่น้ำยาซักผ้าขาวอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้น้ำยานั้นเข้าไปทำลายคราบสกปรกที่ฝังแน่นแล้วจึงค่อยนำมาซักกับน้ำยาผงซักฟอกและล้างน้ำเปล่าให้สะอาดอีกรอบหนึ่งเพียงเท่านี้เสื้อของคุณก็จะขาวเหมือนใหม่โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปใช้บริการร้านซักรีดอีกเลยค่ะ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

การเช็ดทำความสะอาดกระจก

       ปัจจุบันบ้านส่วนใหญ่มักจะติดกระจกเป็นจำนวนมากส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามีความสวยงามซึ่งบางครั้งบ้านบางหลังนั้นติดกระจกไว้แทบจะรอบบ้านเลยทีเดียวดังนั้นวิธีการทำความสะอาดกระจกนั้นจึงเป็นปัญหาใหญ่ของคุณแม่บ้านอย่างมากซึ่งหลายคนนั้นมักจะมีการใช้ทำความสะอาดกระจกปกติแล้วก็จะเป็นเดือนละ 1 ครั้งและส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของการเช็ดทำความสะอาดกระจกเลย

หลายคนมองว่าถ้าหากเราไปทำความสะอาดกระจกในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนมีแดดจัดมากๆก็จะทำให้การเช็ดกระจกของเรานั้นแห้งเร็วเพราะโดยปกติแล้วเวลาที่เราทำความสะอาดกระจกนั้นเรามักจะใช้น้ำยาเช็ดกระจกเช็ดทำความสะอาดหรือบางคนก็อาจจะใช้เป็นลักษณะของการล้างกระจกภายนอกตัวบ้านโดยการใช้สายยางฉีดน้ำก็ใส่กระจก

และอาจจะใช้เป็นพวกน้ำยาล้างจานใช้ฟองน้ำขัดแล้วฉีดพ่นน้ำซึ่งถ้าเกิดว่ามีแดดออกก็จะทำให้กระจกนั้นแห้งเร็วไม่จำเป็นต้องเอาผ้าแห้งไปเช็ดกระจกอีกครั้งหนึ่งเป็นการลดการทำงานได้ดีแต่ที่จริงแล้วความคิดแบบนี้คือความคิดที่ไม่ถูกต้องเพราะยิ่งแสงแดดส่องให้กระจกแห้งเร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้กระจกนั้นมีปัญหาการแห้งเร็วที่เร็วจนเกินไปซึ่งจะส่งผลทำให้มีคราบน้ำฝังติดอยู่ตรงบนกระจก

ทำให้กระจกนั้นไม่เกิดความเงางามนั่นเองดังนั้นการเลือกวันล้างกระจกนั้นก็เป็นส่วนสำคัญเพราะเราควรจะเลือกวันที่ล้างกระจกเป็นวันที่อากาศไม่ร้อนและไม่มีแดดจัดหากเป็นไปได้ให้เลือกวันที่มีเมฆเยอะๆได้จะยิ่งดีที่สุดเพราะเมื่อเรามีการล้างเช็ดทำความสะอาดกระจกแล้วกระจกจะได้ไม่แห้งเร็วจนเกินไปมากนักซึ่งเราอาจจะมีเวลาที่จะสามารถนำผ้าแห้งมาเช็ดทรัพย์ขัดที่กระจกอีกครั้งหนึ่งทำให้กระจกนั้นไม่เกิดเป็นคราบของน้ำยา

         ส่วนการเช็ดทำความสะอาดกระจกนั้นปกติแล้วเราจะมีน้ำยาเช็ดทำความสะอาดกระจกอยู่แล้วซึ่งเราสามารถใช้น้ำยานั้นได้หรือถ้าหากใครอยากจะใช้เป็นวิธีการทำด้วยตนเองก็อาจจะใช้เป็นการผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าแบบเจือจางฉีดไปตามคาบตรงบริเวณกระจกแล้วเช็ดออกหลังจากนั้นเอาผ้าแห้งชุบน้ำสะอาดหมัดหมาดแล้ว

เช็ดตรงบริเวณที่เราใช้น้ำส้มสายชูอีกครั้งหนึ่งก็จะทำให้คราบต่างๆนั้นรอดออกไปและกระจกก็จะมีความใสแวววาวแต่ถ้าหากว่ากระจกของเราไม่ได้มีคราบอะไรมากนักเราสามารถที่จะใช้เป็นน้ำเปล่าเช็ดทำความสะอาดกระจกอย่างเดียวก็สามารถทำให้กระจกของเรานั้นเงาได้เช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

หากสายไฟหมดอายุควรทำอย่างไร 

           ปัญหาที่เราพบกันอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักนั่นก็คือเวลาที่เราพบเห็นสายไฟในบ้านของเรานั้นแตกหรือบางทีเราใช้สายไฟเส้นนั้นมาเป็นระยะเวลานานหลายปีซึ่งมันอาจจะหมดอายุผู้คนส่วนใหญ่นั้นมักจะมีวิธีการแก้ไขด้วยการที่ไปซื้อเทปพันสายไฟและนำมาซ่อมแซมด้วยการพันสายไฟบริเวณที่มีรอยแตกของสายไฟเพื่อหวังว่าจะสามารถใช้งานได้เหมือนเดิมอันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด

และสามารถซื้อเทปพันสายไฟมาใช้ในการซ่อมแซมได้แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อคืนซ่อมแซมตรงจุดนี้แล้วในส่วนอื่นๆจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นหากว่าสายไฟเส้นนั้นคุณใช้งานมานานหลายปีดังนั้นจริงๆแล้วทางที่ดีที่สุดคุณควรจะเรียกช่างผู้ชำนาญการมาดูจะดีกว่าเพราะบางครั้งเราเองที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องระบบไฟฟ้ามากนักบางทีไปพันสายไฟเอง

โดยที่เรานั้นทำไม่เป็นก็อาจจะทำให้ไม่ถูกต้องและอาจจะเกิดอันตรายทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้าช็อตขึ้นมาด้วยก็ได้  ไฟฟ้านั้นไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำได้เล่นง่ายๆเพราะหากถูกไฟดูดเมื่อไหร่นั่นหมายถึงอันตรายถึงชีวิตของเราเลยทีเดียวดังนั้นขั้นตอนแรกของการที่จะดูแลการจัดการเกี่ยวกับเรื่องของสายไฟนั้นเราควรจะหาสายไฟที่มีคุณภาพสูงได้มาตรฐานมาใช้งานในบ้านของเรา

เพื่อที่อายุการใช้งานสายไฟนั้นจะได้นานมากขึ้นแต่เมื่อมีการใช้งานประมาณ 10 ปีถึง 20 ปีเราควรจะมีการตรวจสอบสายไฟของเราว่าสายไฟของเรานั้นยังคงความแข็งแรงอยู่หรือใกล้ที่จะเสื่อมหรือหมดอายุหรือไม่ซึ่งการดูแลตรงนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของช่างไฟฟ้าโดยตรงอย่างไรก็ตามหากเรานั้นมองเห็นว่าสายไฟของเรานั้นขาดการแก้ไขไม่ควรที่จะซื้อเทปพันสายไฟเอง

เพราะบางครั้งหากเราพันไม่ถูกวิธีพันสลับขั้วก็อาจจะเกิดสายไฟลัดวงจรสิ่งที่ดีที่สุดก็คือเรานั้นตามช่างมาจะเป็นการดีที่สุดและให้ช่างนั้นไปเลือกสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานมาทำการแก้ไขให้กับบ้านของเราจะดีกว่าไม่ควรที่จะเสี่ยงที่จะซื้อของด้วยคุณภาพหรือของที่ไม่มีคุณภาพมาใช้งานเพราะแน่นอนว่ามันหมดอายุเร็วมากกว่า 10 ปีอย่างแน่นอน

และปัญหาที่ตามมาก็คือเวลาที่เราเปลี่ยนนั้นเราต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเพราะเราจะต้องมีการมารื้อสายไฟดูว่าตรงจุดไหนที่มันเสื่อมโทรมบ้างดังนั้นถ้าหากเราอยากจะดูแลให้บ้านของเรานั้นหมดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสายไฟแล้วเราก็ควรซื้อของที่ดีมีคุณภาพได้มาตรฐานอายุการใช้งานมันจะได้นานกว่าและเมื่อมีการเปลี่ยนแล้วก็สามารถเปลี่ยนพร้อมกันทีเดียวได้เลยโดยไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนทีละจุดให้ยุ่งยากอีกต่อไป

 

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า gclub มือถือ

การดูแลบ่อน้ำตก บ่อน้ำพุดให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

      สำหรับการดูแลบ้านของเราให้มีความสวยงามและถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะมีการทำน้ำตกหรือน้ำผุดเพื่อถือว่าเป็นเคล็ดในการเรียกเงินเรียกทองเข้าบ้านอย่างไรก็ตามหากบ้านไหนที่มีการสร้างบ่อน้ำเพื่อทำเป็นน้ำผุดหรือสร้างบ่อน้ำเพื่อทำเป็นน้ำตกแล้วเราก็ควรจะต้องมีการดูแลบ่อน้ำผุดและน้ำตกของเราให้ดี

เพราะไม่เช่นนั้นแทนที่จะเป็นการเรียกทรัพย์เข้าบ้านก็อาจจะทำให้เสียทรัพย์ได้ส่วนใหญ่แล้วการสร้างบ่อน้ำผุดหรือน้ำตกนั้นจะมีการสร้างอยู่บริเวณภายนอกบ้านซึ่งอยู่ภายในบริเวณรั้วบ้านของเรานั่นเองการดูแลให้บ่อน้ำผุดหรือแม้แต่บ่อน้ำตกของเราสามารถเรียกทรัพย์ได้นั้นเราควรจะมีการเปิดน้ำผุดหรือน้ำตกอยู่ตลอดเวลา

เพื่อให้น้ำมีการไหลเวียนส่วนหนึ่งนั้นก็คือตามหลักฮวงจุ้ยแต่อีกส่วนหนึ่งได้ก็คือเพื่อเป็นการป้องกันพวกยุงลายวางไข่ในน้ำของเรานั่นเองอีกปัญหาหนึ่งที่จะทำให้บ่อน้ำของเรานั้นไม่สามารถเรียกทรัพย์ได้นั่นก็คือการที่บ่อน้ำผุดหรือบ่อน้ำตกของเรานั้นมีสิ่งสกปรกดังนั้นสิ่งสกปรกเหล่านี้อาจจะเกิดมาจากการที่มีเศษฝุ่นละอองฟิ้วเข้าไปในบ่อน้ำ

หรือแม้แต่การเกิดตะไคร่น้ำทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่ารวมถึงกรณีที่มีพวกเศษใบไม้ต่างๆรูปลงไปในบ่อทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของใบไม้เน่าและทำให้น้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบ้านซึ่งปัญหานี้จะมีผลทำให้บ้านของเรานั้นมีกลิ่นเหม็นอีกทั้งยังผิดหลักฮวงจุ้ยเพราะว่าบ่อน้ำสกปรก

ซึ่งจะไม่ทำให้เรียกทรัพย์สมบัติเข้าบ้านได้นั่นเองดังนั้นการดูแลบ่อน้ำที่ดีเราควรจะต้องมีการล้างทำความสะอาดบ่อน้ำอยู่เป็นประจำให้น้ำนั้นมีความสะอาดและจะต้องมีการเปิดให้น้ำผุดหรือน้ำตกทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้พลังงานของน้ำนั้นสามารถเรียกทรัพย์สมบัติหรือเรียกสิ่งดีๆเข้ามาภายในบ้านของเราอีกทั้งการสร้างบ่อน้ำที่ดีนั้นไม่ควรที่จะสร้างเป็นเหลี่ยมการสร้างบ่อน้ำที่ดีควรจะสร้างเป็นลักษณะของพื้นที่วงกลมพอจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยมากกว่า เห็นไหมคำว่าเพียงแค่เรื่องบ่อน้ำอย่างเดียวก็มีปัญหาจุกจิกกวนใจให้เราต้องดูแล

ดังนั้นหากใครที่ต้องการที่จะทำให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยและสามารถเรียกทรัพย์เรียกเงินเรียกทองเข้าบ้านได้แล้วเราก็ควรจะต้องมีการดูแลรักษาทำความสะอาดบ่อน้ำพุน้ำตกให้เป็นอย่างดีอย่าให้เกิดนำเน่าขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาดนะคะ

 

สนับสนุนโดย  sa gaming บาคาร่า

วิธีล้างทำความสะอาดพัดลม

         เชื่อว่าคุณแม่บ้านหลายคนคงจะเคยทำความสะอาดพัดลมที่บ้านของตนเองกันมาบ้างแล้วส่วนใหญ่การทำความสะอาดพัดลมที่เราทำกันนั้นก็จะเน้นในเรื่องของการเช็ดทำความสะอาดซักเดือนละ 1 ครั้งเพื่อให้เพื่อตัวของเรานั้นพัดใจเย็นสบายขึ้นและไม่มีคราบสิ่งสกปรกมากวนใจอย่างไรก็ตามเราสามารถที่จะทำความสะอาดพัดลมด้วยตัวของเราเองเพียงแค่เรามีแปรงสีฟันหรือฟองน้ำเช็ดทำความสะอาดแล้ว

ก็ค่าเอาไว้เช็ดทำความสะอาดเสื้อเป็นผ้าสะอาดนะคะวิธีการที่เราจะทำความสะอาดพัดลมนั้นเริ่มแรกเราจะต้องมีการพวกตะแกรงต่างๆของพัดลมชิ้นส่วนต่างๆออกมาให้หมดซึ่งวิธีการแกะก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใดเลยค่ะเพราะว่าพัดลมนั้นจะมีจุดล็อคแต่ละจุดอยู่แล้วเราแค่แกะตรงจุดล็อคนั้นออกมาจากแหล่งต่างๆก็จะหลุดออกมาเช่นเดียวกันค่ะนั้นเราก็นำใบพัดแล้ว

ก็ตะแกรงไปทำการล้างทำความสะอาดซึ่งวิธีการทำความสะอาดนั้นเราอาจจะใช้ผงซักฟอกหรือซันไลต์ล้างจานก็ได้นะคะใช้เป็นฟองน้ำทำความสะอาดตะแกรงรวมถึงบายพาสซึ่งจะมีซอกไหนที่เราไม่สามารถเช็ดทำความสะอาดให้ถึงก็ใช้แปรงสีฟันค่ะตามร่องตามซี่ของตะแกรงเพื่อให้ตะแกรงนั้นมีความสะอาด

จากนั้นก็นำน้ำมาล้างทำความสะอาดทั้งตะแกรงและใบพัดให้เรียบร้อยแล้วนำไปตากแดดหรือจะใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดให้ตะแกรงและใบพัดแห้งก็ได้นะคะหลังจากนั้นเราก็มาเช็ดทำความสะอาดพัดลมค่ะซึ่งตัวพัดลมนี้แล้วก็ใช้แปรงสีฟันเช็ดทำความสะอาดตามขอบต่างๆและใช้ผ้ากี่นิ้วเช็ดคราบสกปรกต่างๆให้เกิดความสะอาดขึ้นมาเมื่อเช็ดทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และเช็คอุปกรณ์ทุกอย่างให้แห้งสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็นำมาประกอบเข้าไว้เหมือนเดิมค่ะซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการทำความสะอาดพัดลมแบบตั้งโต๊ะนะคะแต่ถ้าบ้านไหนมีพัดลมแบบแขวนวิธีการก็ไม่ได้ต่างกันมากนะคะก็คือการแกะออกมาทำความสะอาดแต่ทำการเช็ดทำความสะอาดใบพัด

ซึ่งถ้าหากเราไม่สามารถแกะได้เราก็ใช้ผ้าชุบน้ำเปียกเช็ดทำความสะอาดหลังจากนั้นก็อุปกรณ์ทุกอย่างให้แห้งแล้วนำไปประกอบเข้าไว้ที่เดิมเพียงเท่านี้อุปกรณ์ทุกอย่างของพัดลมของเราก็จะกลับมาเหมือนใหม่และสามารถใช้งานได้รวมถึงเมื่อเราเปิดพัดลมมันก็จะทำให้พัดลมนั้นของเราเย็นขึ้นมากกว่าเดิมด้วยนะคะเวลาที่เปิดพัดลมก็จะไม่มีฝุ่นละอองฟุ้งให้เรานั้นรู้สึกรำคาญด้วยล่ะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    UFABET168

ปัญหามักพบกันเป็นประจำเมื่อซื้อบ้านกับโครงการ 

           ซื้อบ้านกับโครงการ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้อยากมีบ้านแล้วไม่อยากสร้างบ้าน เป็นเรื่องที่มีการพูดกันอยู่เสมอสำหรับคนที่ซื้อบ้านกับโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการขนาดเล็กมักประสบปัญหาแบบเดียวกันเกือบทั้งหมดนั่นก็คือในช่วงที่มีการเข้ามาดูบ้านด้วยทำการซื้อนั้นบ้านก็จะมีความสวยงามน่าอยู่แต่เมื่อมีการโอนเงินกันเป็นที่เรียบร้อยและย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วไม่เกิน 1 ปีผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มักจะพบว่าบ้านนั้น

มีปัญหาตั้งแต่ในเรื่องของพื้นดินทรุดตัวบ้านมีการร้าวสีรอยแยกรอยแตกพื้นกระเบื้องแตกห้องน้ำชำรุดและปัญหามากมายอีกจิปาถะที่เกิดขึ้นซึ่งวิธีการดูบ้านเบื้องต้นเพื่อไม่ให้ประสบกับปัญหาดังกล่าวนั้นคนส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นวิธีการไปจ้างบริษัทที่สามารถตรวจสอบบ้านได้ว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน

โดยจะต้องเสียค่าจ้างอยู่ที่ประมาณครั้งละ 3,000 บาทถึง 5,000 บาทซึ่งเวลาที่ใครจ้างให้บริษัทมาดูจุดบกพร่องของตัวบ้านก็มักจะพบปัญหาทุกครั้งและที่สำคัญเมื่อมีการสั่งให้แก้ไขแล้วแต่เมื่อมีการโอนเซ็นชื่อบ้านก็ยังพบปัญหานั้นอยู่ซึ่งบ้านส่วนใหญ่ที่พบปัญหานั้นหลักๆเลยก็คือปัญหาในเรื่องของดินทรุดโดยเฉพาะดินบริเวณลานจอดรถนั้นจะทรุดเร็วมาก

โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านในโครงการนั้นมักจะไม่ค่อยมีการลงเสาเข็มบริเวณที่จอดรถอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุการณ์ที่เรามักใช้กันอยู่เป็นประจำอย่างเช่นล่าสุดก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาโพสต์เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาเมื่อเขาได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งในราคา 2 ล้านจากโครงการแห่งหนึ่ง

ซึ่งหลังจากที่เขาเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแค่เพียง 2 ปีเท่านั้นเขาก็ประสบปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นรอยแตกร้าวตามมุมต่างๆของภายในบ้านหลังคารั่วรวมถึงพื้นแตกกำแพงแตกและอีกมากมายที่เขามีการสาธยายมานับไม่หวาดไม่ไหวซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือจะต้องมีการประสานงานให้ทางโครงการเข้ามาแก้ไขแต่เราก็รู้กันดีว่าเมื่อโครงการเข้ามาแก้ไขนั้นก็จะแก้ไขได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมาอีกซึ่งไม่ใช่เฉพาะโครงการที่ชายชาวขอนแก่นนี้เจอเท่านั้นแต่เป็นทุกโครงการที่มีหลายคนได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านของตนเองเมื่อมีการซื้อแล้วก็มักจะเจอปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าบ้านของคุณนั้นจะราคากี่ล้านก็ตามขนาดที่ราคา 50 ล้านก็ยังเคยมีการโพสต์เกี่ยวกับปัญหาบ้านมีรอยรั่วซึมกันมามากมายแล้ว

ดังนั้นหากใครก็ตามที่จะมีการซื้อบ้านควรจะมีการตรวจสอบให้ละเอียดโดยเฉพาะในเรื่องของการถมที่ดินก่อนที่จะมีการสร้างบ้านนั้นว่ามีการสร้างบ้านบนพื้นที่ดินที่มีการถมดินมานานมากแค่ไหนเพราะส่วนใหญ่แล้วโครงการมักจะเอาดินมาถมแล้วก็สร้างบ้านเลยทำให้บ้านสดได้เร็วซึ่งทางที่ดีเราควรจะหาโครงการที่มีการถมที่ทิ้งไว้ประมาณอย่างต่ำ 5 ปีแล้วค่อยมีการสร้างบ้านจะช่วยให้บ้านของเรานั้นสดได้ช้าลง และเมื่อบ้านไม่พบปัญหาเรื่องของการทรุดปัญหาอื่นๆตามมาก็จะน้อยลงไปด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub online ผ่านเว็บ

การดูแลตู้เย็นให้ไม่มีกลิ่นเหม็น

      การดูแลตู้เย็น ตู้เย็นส่วนใหญ่แล้วเรามักจะซื้อไว้ใส่อาหารผักและผลไม้รวมทั้งเนื้อสดทั้งนั้นสิ่งของที่เราใส่เข้าไปในตู้เย็นนั้นจึงมักจะมีกลิ่นของแต่ละอย่างบนกันอยู่ในตู้เย็นซึ่งทำให้ตู้เย็นนั้นมีกลิ่นเหม็นได้เช่นเดียวกันหลายคนมีวิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นด้วยวิธีการโบราณนั่นก็คือการนำเอาถ่านมาวางไว้ในตู้เย็นเพื่อทำการให้ดูดกลิ่นซึ่งแน่นอนว่าการดูดกลิ่นแบบนี้ก็สามารถช่วยเหลือได้บางส่วนรายการที่จะให้ตู้เย็นของเรานั้นไม่มีกลิ่นเหม็นนั้นก็สามารถมีวิธีการง่ายๆซึ่งเรามาดูกันว่าจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

         อันดับแรกในการที่จะทำให้ตู้เย็นของเรานั้นไม่มีกลิ่นนั่นก็คือเราต้องทำความสะอาดตู้เย็นของเราอยู่เป็นประจำซึ่งตู้เย็นนั้นเวลาที่เรามีการแช่เนื้อสัตว์หรือผักบางทีเผลอปล่อยเป็นระยะเวลานานไม่ได้ใช้ก็จะทำให้เนื้อสัตว์หรือว่าผักนั้นเน่าเสียหายส่งกลิ่นเหม็นในตู้เย็นได้ดังนั้นทุก 1 สัปดาห์เราควรจะมีการที่จะนำตู้เย็นนั้นมาล้างเช็ดทำความสะอาดและมีการนำของที่เน่าเสีย

ออกจากตู้เย็นและนำไปทิ้งด้านหลังตู้เย็นคุณจะเห็นว่ามันจะมีที่รับน้ำจากตู้เย็นซึ่งน้ำส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้ำที่มีกลิ่นเหม็นดังนั้นด้านหลังนั้นจึงควรต้องมีการเช็คและนำออกมาล้างอยู่บ่อยๆเพื่อป้องกันสิ่งที่เห็นนั่นเองสวนอาหารที่เราซื้อเก็บมาไว้ในตู้เย็นนั้นวิธีการเก็บและควรจะมีการเก็บให้ถูกต้องเช่นพวกเนื้อหมูต่างๆนั้นควรจะมีการให้เรียบร้อย

โดยที่ยังไม่ต้องล้างน้ำหลังจากนั้นเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดปากถุงให้แน่นนำไปเก็บในช่องแช่แข็งได้ส่วนวิธีการเก็บนั้นควรจะหากล่องโฟมที่สามารถใส่ในช่องแช่แข็งได้พอดีนำใส่ลองถุงใส่หมูอีกครั้งหนึ่งหรือเราจะใส่ในกล่องที่มีฝาปิดก็ได้ก็จะเป็นการกินข้าวของเนื้อหมูได้เช่นเดียวกันในขณะที่ผักอื่นๆนั้นเราก็สามารถที่จะหันเป็นชิ้น

แต่อย่าเพิ่งล้างและนำใส่ถุงมัดปากถุงให้แน่นนำไปใส่ตู้เย็นเอาไว้ก็จะสามารถช่วยถนอมผักชนิดนั้นให้อยู่นานขึ้นไปอีกสำหรับในเรื่องของบางคนที่อาจจะซื้อกับข้าวถุงหรือกินแกงถุงแล้วเหลือเวลาที่เราจะเก็บกับข้าวเรานั้นก็ควรจะเก็บใส่ในกล่องซุปเปอร์แวร์ปิดฝากล่องให้มิดชิดเพื่อที่จะได้ป้องกันกลิ่นกระจายในตู้เย็นเห็นไหมคะว่าสิ่งของทุกอย่าง

หากเรามีการเก็บให้เรียบร้อยก็จะทำให้ตู้เย็นของเรานั้นไม่ส่งกลิ่นเหม็นและถ้าหากใครยังได้กลิ่นบ้างเล็กน้อยก็ยังสามารถที่จะนำถ่านสีดำ ไปวางตั้งไว้ในตู้เย็นเพื่อเป็นการให้ทานนั้นดูกลิ่นเหม็นออกจากตู้เย็นก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    Gclub มือถือ

อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้านเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

      อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้าน   สำหรับบ้านเรือนของเรานั้นบางครั้งการซ่อมสิ่งของเล็กๆน้อยๆเราสามารถทำเองได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินไปเรียกช่างให้มาทำให้ดังนั้นเราจึงควรมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้เวลาที่เข้าของเราชำรุดเสียหายและซ่อมแซมได้ด้วยตนเองอีกบ้านไว้จะเป็นการดีที่สุดวันนี้จึงทำงานและนำว่าอุปกรณ์อะไรบ้างที่เราควรซื้อหาติดบ้านเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินนั่นเอง

สำหรับอุปกรณ์อันแรกที่แนะนำว่าบ้านทุกหลังนั้นควรจะมีติดไว้นั่นก็คือบันไดกันไฟ ซึ่งบันไดกันไฟนี้ก็จะเป็นบันไดสำหรับเอาไว้ปีนป่ายเพื่อที่เราจะได้สามารถแก้ไขอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่บนที่สูงได้ซึ่งจริงๆแล้วบันไดนั้นเราสามารถใช้บันไดอะไรก็ได้แต่ว่าถ้าหากเราใช้บันไดกันไฟนั้นจะเป็นการดีที่สุดเนื่องจากว่าบางครั้งหากว่าหลอดไฟของเรานั้นดับต้องเปลี่ยนหลอดไฟใหม่การใช้บันไดกันไฟจะเป็นการป้องกันให้เรานั้นไม่เกิดไฟฟ้ารั่วและกระแสไฟฟ้าไม่รั่วมาถึงเราทำให้เราไม่ถูกไฟฟ้าช็อตได้นั่นเองเพราะบันไดกันไฟนั้นจะทำมาจากไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความปลอดภัยเป็นอย่างมากหากเทียบกับบันไดอื่นๆไม่ว่าจะเป็นบันไดสแตนเลสหรือว่าเหล็กก็ตามอีกทั้งบันไดกันไฟนั้นยังสามารถพับเก็บง่ายอีกด้วย

อุปกรณ์ต่อมาที่เราควรมีก็คือค้อนเนื่องจากว่าบางครั้งหากเราต้องมีการตอกตะปูหรือซ่อมแซมเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ต้องมีการใช้ตะปูเราควรจะมีค้อนเอาไว้ใช้งานซึ่งคนที่ดีนั้นควรจะเป็นค้อนหงอนเพราะด้านหนึ่งสามารถที่จะใช้ตอกตะปูได้และอีกฝั่งหนึ่งก็สามารถที่จะตะปูขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน 

ตลับเมตรสำหรับตลับเมตรนั้นจะช่วยให้เราสามารถวัดสิ่งของต่างๆได้ซึ่งถ้าหากเราจำเป็นที่จะต้องไปซื้ออุปกรณ์เข้ามาใช้ภายในบ้าน ก็ต้องเช็คราคาวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน และเราควรจะวัดพื้นที่ว่าของที่เราจะซื้อเข้ามาในบ้านนั้นควรจะต้องมีความยาวความกว้างเท่าไหร่พื้นที่เรานั้นจะได้ไม่ต้องซื้อของมาผิดขนาดนั้นเอง

ชุดเครื่องมือช่างแน่นอนว่าชุดเครื่องมือช่างนี้ภายในอุปกรณ์จะต้องมีอุปกรณ์หลายอย่างอยู่ข้างในไม่ว่าจะเป็นไขควงครีมเอาไว้สำหรับหนีบใช้ต่างๆซึ่งอุปกรณ์ที่เป็นชุดเครื่องมือช่างนี้จะมีอุปกรณ์ขนาดเล็กที่เราสามารถหยุดใช้งานได้ง่ายเวลาที่เราต้องซ่อมแซมสิ่งของต่างๆเล็กๆน้อยๆอุปกรณ์นี้จะสามารถช่วยเราได้อย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นอุปกรณ์เหล่านี้เราควรจะมีการติดเอาไว้ทั้งในบ้านรวมถึงซื้อติดรถไว้จะเป็นการดีที่สุด  เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถช่วยเราซ่อมสิ่งของที่เสียหายเพียงเล็กน้อยได้ โดยที่เราไม่ต้องพึ่งช่างเลย

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัคร

แนะนำวิธีการเลือกและวิธีติดตั้งกล้องวงจรปิด 

ติดตั้งกล้องวงจรปิด ปัจจุบันกล้องวงจรปิดได้กลายมาเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของสถานที่และบ้านของเราหลายๆคนแล้ว ซึ่งในปัจจุบันนั้นการติดตั้งก็สะดวกและง่ายกว่าแต่ก่อนมาก โดยในสมัยก่อนนั้นกล้องวงจรปิดก็มักจะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆ แล้วมากกว่า แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนลียีที่ก้าวล้ำมากขึ้น กล้องวงจรปิดจึงมีราคาที่ถูกลงและกลายมาเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งประโยชน์ของการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น สามารถที่จะช่วยป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อบ้านใครก็ตามที่มีกล้องวงจรปิดแล้วนั้น เชื่อว่าคงจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกโจรอย่างแน่นอน และที่สำคัญนอกจากที่ต้องการป้องกันเหตุร้ายแล้วนั้น เรายังสามารถเอาไว้คอยตรวจสอบความปลอดภัยในบ้านได้ตลอดเวลา

อีกทั้งปัจจุบันนี้การติดกล้องวงจรปิดนั้น ยังสามารถนำมาใช้ลดค่าประกันภัยได้ ห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์อีกด้วย และปัจจุบันนั้นกล้องวงจรปิดก็มีด้วยกันหลายประเภทซึ่งแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของราคา จุดประสงค์ที่จะใช้ และจุดสถานที่ที่จะติดตั้งอีกด้วย 

กล้องวงจรปิดแบบมาตรฐาน สามารถติดตั้งได้ทุกๆ สถานที่ ไว้สำหรับป้องกันเหตุร้าย จะเห็นได้เยอะตามสถานที่ทั่วๆไปเพื่อคอยตรวจสอบเหตุการณ์ มีราคาไม่แพง 

กล้องวงจรปิดแบบโดม เป็นกล้องที่นิยมติดตั้งในอาคาร เนื่องจากถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด มีรูปร่างเล็กทรงคล้ายโดม และมีความสวยงาม ซึ่งจะพบเห็นได้ตามห้องต่างๆ ภายในอาคารสำนักงาน หรือภายในลิฟท์

กล้องวงจรปิดอินฟาเรด เป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาใช้งานในตอนกลางคืน โดยในเวลากลางวันกล้องจะแสดงภาพเป็นสีปรกติ ส่วนในเวลากลางคืนภาพจะแสดงเป็นขาวดำอัตโนมัติ เหมาะกับสถานที่ที่มืดสนิทในเวลากลางคืน เช่นพวกโกดังเก็บของ

กล้องวงจรปิดแบบ Bullet เป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้ได้ในที่ร่มและภายนอกอาคาร จะเห็นได้เยอะตามอาคารพาณิชย์และตึกแถว ถูกออกแบบวงจรออกกมาให้มีประสิทธิภาพแสดงภาพที่สว่างในเวลากลางคืนทนแดดและฝนได้

กล้องวงจรปิดแบบแอบซ่อน เป็นกล้องที่มีขนาดเล็กเพราะไม่ต้องการให้รู้ว่ามีกล้องอยู่ เช่นกล้องรูเข็ม กล้องหลอดไฟ หรือกล้องกระจก มักติดตั้งในสถานที่ๆ ต้องการความปลอดภัยแต่ไม่อยากให้ใครเห็นกล้อง

กล้องวงจรปิดแบบซูมและหมุนได้ เป็นกล้องที่นิยมนำมาติดตั้งในบ้าน หรือคอนโด เนื่องจากซูมและหมุนได้รอบทิศทางผ่านทางคันบังคับหรือคุมผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ตรวจรสอบภายในบ้านได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นกล้องที่มีชื่อเรียกว่า Speed Dome Camera

ซึ่งทั้งหมดนี้ เราสามารถที่จะเลือกใช้กล้องตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการได้อย่างใจต้องการ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

Older posts