Month: พฤษภาคม 2020

การปลูกถั่วงอก ในตระกร้า 

     สำหรับการเพาะถั่วงอกใน สามารถเพาะได้ทั้งในดินทราย  ในกระดาษทิชชู่หรือแม้แต่ปลุกในน้ำ วันนี้จะมาแนะนำการปลูกถั่งงอกเอาไว้กินสำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่ปลูก โดยการเพาะถั่งงอกในตระกร้าโดยใช้กระดาษทิชชู่ มาดูกันว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง

       ก่อนอื่นเลยเราควรจะหาเมล็ดพันธ์ถั่วงอกก่อนโดยการใช้เมล็ดถั่วเขียวซึ่งเราควรจะมีการคัดเมล็ดถั่วเขียวว่าถ้าอันไหนเป็นเมล็ดถั่วเขียวที่ดูแล้วจะเน่าเสียแล้วให้คัดทิ้งเพราะถ้าหากเรานำเมล็ดเสียปลูกรวมไปกับเมล็ดดีเมื่อไหร่จะทำให้เชื้อราขึ้นถั่วเขียวแล้วจะทำให้ต้นอื่นเสียหายด้วยได้ และเมื่อเราคัดเมล็ดถั่วเขียวเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็นำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 คืนระหว่างนั้นก็มีการหาอุปกรณ์เพื่อสำหรับปลูกโดยเราจะใช้ตะกร้าที่มีรูให้น้ำไหลออกได้ไม่ต้องใช้ใบใหญ่มากนะหลังจากได้ตะกร้ามาเรียบร้อยแล้วให้เรานำกระดาษทิชชูมาประพรมน้ำไม่มีการเสียบชื้นแล้วมาวางไว้ตรงก้น

ตะกร้าหลังจากนั้นก็นำเมล็ดถั่วเขียวที่เราแช่น้ำไว้ 1 คืนแล้วมาโรยไว้ตรงกระดาษทิชชู่ที่เราพรมน้ำเอาไว้ไม่ต้องใส่เยอะเพราะว่าจะทำให้ถั่วงอกที่โตขึ้นมามีลักษณะเป็นต้นผอมได้เพราะเป็นการเบียดกันหากอยากให้ถั่วงอกต้นอวบอ้วนให้โรยเมล็ดถั่วเขียวห่างๆกันนิดนึง หลังจากนั้นให้เรานำกระดาษทิชชู่ชุบน้ำให้เปียกหมาดๆแล้วนำมาวางทับเมล็ดถั่วเขียวที่เราวางไว้ชั้นแรกเสร็จเรียบร้อย

แล้วก็นำเมล็ดถั่วเขียวที่เราแช่ไว้ค้างคืนวันลอยซ้ำอีกครั้งหนึ่งทำเป็นชั้นที่ 2 หลังจากนั้นก็นำทิชชู่วางทับอีกครั้งหนึ่งแล้วผมน้ำให้เปียกอีกรอบนึงทำแบบนี้ซ้ำไปทั้งหมด 3 รอบโดยรอบสุดท้ายให้นำกระดาษทิชชู่เปียกมาทับปิดไว้ หลังจากนั้นเสร็จแล้วชั้นสุดท้ายให้นำผ้าเช็ดตัวชุบน้ำให้เปียกแนะนำมาปิดชั้นบนสุดเมื่อนำผ้าชุบน้ำมาปิดเรียบร้อยแล้วให้เรานำตะกร้าถั่วงอก

ที่เราเพราะไว้ไปใส่กะละมังเสร็จแล้วหาฝาปิดให้มิดชิดป้องกันแสงส่องถึงต้นถั่วงอกเพราะถ้าหากมีแสงส่อง ไปถึงถั่วงอกเมื่อไหร่จะทำให้ต้นถั่วงอกของเราไม่ขาว เสร็จแล้วให้นำถุงพลาสติกมาห่ออีกครั้งหนึ่งจำนวน 2 ชั้นแล้วนำไปเก็บไว้ในจุดที่ไม่มีแดดส่องถึง เพียงแค่วันเดียว ถั่วงอกก็จะมีรากขึ้น เราจะรดน้ำถั่วงอกวันละ 1 ครั้งด้วยการเทน้ำราดลงไปเลย รอทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

แล้วค่อยนำไปใส่ถุงดำเหมือนเดิม เราสามารถดูวิวัฒนาการของถั่วงอกได้ว่าเราจะเอาถั่วงอกที่ความสูงเท่าไหร่ปกติแล้ว 5 วันก็สามารถนำออกมารับประทานได้แล้วเป็นการปลูกผักเอาไว้กินในช่วงที่ผักมีราคาแพง 

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

ติดตั้งไฟตรงไหนถึงเหมาะสม

การติดไฟภายนบ้านแบบไหนถึงจะดุดีและเหมาะสมกับบ้าน หลายคนไม่คำนึงถึงการจัดวางไฟที่ถูกต้อง เพราะคิดแค่ว่าติดตั้งตรงไหนก็ได้ ซึ่งมันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดเลย เพราะการติดตั้งอย่างถูกวิธีช่วยให้ความสว่างที่มากขึ้น และยังเพิ่มความสวยงาม หรูหราให้กับบ้านของท่านอีกด้วย

วิธีการติดตั้งไฟควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

เราควรเริ่มจากห้องโถงที่เรามองว่าเป็นห้องใหญ่สุดที่สามารถเป็นทางผ่านไปยังห้องอื่นๆ และเป็นห้องที่เรียกว่าห้องโชว์ก็ว่าได้ ห้องโถงที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั้นก็เปรียบเสมือนห้องแรกของบ้านนั้นเอง ซึ่งการแต่งให้ห้องโถงมีความสว่างนั้น หลักการต่างๆก็ไม่แตกต่างจากห้องอื่นสักเท่าไหร่นัก เพราะห้องนี้เป็นห้องที่คนส่วนใหญ่จะเน้นการตกแต่งโดยใช้กระจกเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการติดไฟเราจะเน้นที่เพดานและผนัง เพื่อเป็นการทำให้แสงสว่างดูมีคลาสมากยิ่งขึ้น

สำหรับเพดานนั้นเราย่อมรู้อยู่แล้วว่าสามารถกระจายความสว่างได้ดี ซึ่งเราจะเน้นแต่ไฟที่ผนังในห้องโถงทำให้ห้องดูดีขึ้นมา ไฟที่เรานำมาแต่ผนังนั้นไม่สามารถส่องแสงสว่างได้ทั่วถึง นั้นก็คือการเพิ่มผนังให้มีความโดดเด่นเท่านั้น เรียกว่าเพิ่มคุณค่าให้กับบ้านด้วยการแต่ผนังด้วยลายของโครมไฟ

การแต่งห้องรับแขกด้วยการเน้นเป็นการแต่งแบบเรียบหรู การแต่งไฟเพดานนั้นก็ไม่สามารถแต่งอะไรได้มากอย่างที่รู้ๆกันดี เพราะไฟเพดานไม่ว่าจะเป็นห้องไหนก็ตามก็เป็นเพียงแค่ให้ความสว่างของบ้านหรือห้องนั้นๆ สำหรับการแต่งไฟหรือติดตั้งไฟในห้องรับแขกให้ดูหรูหรือดูโดดเด่นขึ้นมานั้น เราสามารถทำได้โดยการกำหนดจุดแสงให้กระจายกันโดยให้แสงสว่างทั่วทุกมุมของห้อง ซึ่งความสว่างที่ติดตั้งไว้ทั่วห้องรับแขกนี้ จะเป็นการเพิ่มแสงสว่างให้ห้องรับแขกที่เรามีการแต่งห้องให้มันมีความโดดเด่นขึ้นมาจากเดิม โดยใช้แสงสว่างเน้นโชว์ฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆที่เราแต่งภายในห้องนั้นเอง

แต่ต้องบอกก่อนนะว่าการแต่งในรูปแบบนี้เป็นการสิ้นเปลือง เพราะเป็นการใช้ไฟหลายจุดหน่อยเพื่อให้ห้องสว่างอย่างเท่าเทียมกัน หรือสว่างทั่วห้องนั้นเอง หลักการประหยัดในการแต่งแบบนี้ก็คือหากไม่มีแขกมาเยือนก็ควรเปิดไฟแค่บางจุดก็พอ เพราะจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลง จะเปิดให้สว่างทั้งหมดก็ต่อเมื่อมีแขกมาเท่านั้น แค่นี้ก็เป็นการเซฟค่าไฟ แถมยังตกแต่งบ้านให้ดูมีมิติและสวยหรูได้อีกด้วย การติดไฟไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม อย่าลืมคำนึงถึงค่าไฟที่จะต้องจ่ายด้วยนะ หากแต่งเพื่อความสวยงามก็ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกวันหรือเปิดทุกดวง ควรเปิดแค่มีงานหรือนานๆทีเพื่อช่วยลดพลังงานและค่าใช้จ่ายของตนเอง

 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  holiday palace

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อต้องการให้สัตว์เลี้ยงมานอนในห้องนอนด้วยกัน

     สำหรับบางคนที่รักสัตว์เลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจและอาจจะมองเห็นว่าพวกมันเหล่านั้นไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเราซึ่งบางคนรักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก  เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงอยากได้อะไรก็จะประเคนให้ทุกอย่าง ไปไหนไปด้วยกันนอนก็ยังนอนด้วยกันดังนั้นหากใครที่มักชอบนำสัตว์เลี้ยงมานอนด้วยในห้องนอนจึงควรต้องระมัดระวังปัญหาหลังจากที่เรานำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอนของเรามาดูกันว่าสิ่งที่เราควรระวังนั้นมีอะไรบ้าง

  1.  อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าไม่ว่าจะมาถึงแมวก็จะมีขนซึ่งขนของพวกมันมักจะหลุดร่วงอยู่ทุกวัน  ดังนั้น หากคุณนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงในห้องนอนคุณมักพบปัญหาเพราะขนของมัน จะหลุดร่วงลงบนที่นอน ซึ่งถ้าหากใครเป็นภูมิแพ้ก็อาจจะได้รับผลกระทบได้หรือบางคนอาจจะทำให้เกิดการระคายที่ผิวหนังดังนั้นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดหากต้องเอาสัตว์เลี้ยงมานอนด้วยก็คือการทำความสะอาดห้องนอนทุกวันด้วยการดูดฝุ่นและพื้นอยู่สม่ำเสมอ
  2. ระวังเรื่องของกลิ่นที่อาจจะมีสะสมอยู่ในห้องนอนของคุณเพราะว่าในช่วงกลางคืนที่คุณนอนหลับตื่นมาก็ต้องเปิดแอร์นอนดังนั้นกลิ่นอาจจะถูกดูดเข้าไปในช่องแอร์รวมถึงกลิ่นจากมูลที่สัตว์เลี้ยงของคุณถ่ายเอาไว้ในช่วงเวลากลางคืนขึ้นจึงควรต้องมีสเปรย์ดับกลิ่นเอาไว้ฉีดตรงบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้มันขับถ่ายพื้นที่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์จะได้ไม่รบกวนไปทั่วห้องของคุณ
  3. หากคุณนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอนคุณจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะมีการซุกซนซึ่งพวกมันอาจจะไปทำลายข้าวของในห้องนอนของคุณได้ดังนั้นทางที่ดีคุณควรจะเตรียมของเล่นของพวกมันทิ้งไว้สักชิ้นสองชิ้นเพื่อที่มันจะได้มีของเล่นและไม่ไปยุ่งกับของในห้องนอนของคุณให้ได้รับความเสียหาย
  4. หากคุณต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพาไปไหนมาไหนด้วยกันรวมถึงให้มันมานอนในห้องนอนคุณต้องระวังเรื่องของการสูดอากาศหายใจเข้าไปเพราะบางครั้งคุณอาจจะสูดเอาขนของสัตว์ก็เป็นในร่างกายซึ่งจะส่งผลให้คุณร่างกายแข็งแรงและเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย
  5. และที่สำคัญสัตว์เลี้ยงของคุณหากไม่ถูกฝึกมาอย่างดีพวกมันอาจจะขึ้นไปขับถ่ายบนที่นอนของคุณไม่คิดมองของคุณสกปรกและเสียหายได้ดังนั้นก่อนที่จะมีการนำสัตว์เลี้ยงที่น่ารักไปนอนด้วยกันบนที่นอนควรจะมี การขับถ่ายให้เป็นที่ 

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

ต้นไม้ที่ปลูกโดยใช้แค่น้ำเท่านั้น

วันนี้เราจะมาบอกถึงดอกไม้และต้นไม้ที่มีความสวยงามและมีความมงคลต่อบ้านและที่อยู่อาศัยโดนวิธีมนการปลูกนั้นจะไม่ยากเพียงแค่เรานำต้นไม้มาปลูกที่สถานที่ที่มีน้ำและต้นไม้หรือดอกไมก็จะโตเองค่ะเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีต้นไม้หรือดอกไม้อะไรบ้างที่จะใช้การปลูกโดยใช้น้ำ

สำหรับทุกๆคนแล้วบางทีอาจจะคิดว่าถ้าเราต้องการที่จะต้องปลูกดอกไม้หรือต้นไม้นั้นส่วนใหญ่จะต้องปลูกโดยใช้ทั้ง

ดิน น้ำ และแสงแดดในการเจริญเติบโตเพื่อที่ตะได้ออกดอกและยืนต้นสวยงามมากมายก่ายกองแต่วันนี้เราจะมาดูกันดีกว่าว่าจะต้องมีต้นไม้หรือดอกไม้กี่ชนิดกันบ้างที่ต้องใช้แค่น้ำเท่านั้น

การที่เราใช้แค่น้ำในการต้นไม้นั้นจะเป็นการประหยัดพื้นที่และเป็นการทำให้พื้นที่ในบ้านตรงแถวนั้นไม่สกปรกเนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องพรวนดินและไม่ต้องรดน้ำต้นไม้จนดินกระเซ็นออกมาจนหมดเพียงแค่เรานำน้ำมาเปลี่ยนใหม่ทุกๆ

3 วันเราก็สามารถที่จะได้ต้นไม้หรือดอกไม้ที่เราต้องการได้แล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าจะต้องมีดอกไม้หรือต้นไม้พันธุ์ใดบ้าง 

โหระพา โหระพาเป็นต้นไม้และเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งเลยที่โตขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่นานซึ่งโหระพานั้นเป็นผักที่คนเราสามารถปลูกเองได้และมีขายอยู่ตามตลาดทั่วไปโดยสามารถหาได้ง่ายๆดังนั้นชนิดนี้จึงเป็นที่ต้องการในการทำอาหารเป็นอย่างมากเพราะอาหารหลายอย่างที่ส่วนใหญ่แม่บ้านต่างๆมากระทำจะต้องมีใบโหระพาหรือใบกระเพราทั้งนั้นซึ่งสำหรับวิธีการปลูกโหระพานั้นง่ายมากโดยที่เวลาที่เราซื้อผลไม้มานั้นเนื่องจากเราดึงใบออกไปใช้ในการทำอาหารจะหมดให้นำยอดและการของโหระพาใส่ลงไปในแก้วน้ำหรือแจกันซึ่งมีน้ำอยู่ในแจกันหรือแก้วแล้วทิ้งไว้ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านไปประมาณ

3 วันเราจะต้องเทน้ำออกแล้วเติมน้ำใหม่เพื่อไม่ให้น้ำเน่าแล้วจะได้ทำให้โหระพาของเรามีการเจริญเติบโตเร็วมากกว่าเดิมและยังสามารถใช้กินด้วยตัวเองได้อีกด้วย

ดังนั้นการที่เราใช้วิธีนี้ในการปลูกโหระพาเพื่อที่เราจะสามารถนำมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งนั้นจะเป็นวิธีประหยัดเงินอย่างหนึ่งและเป็นการฝึกให้เรามีจิตใจที่ใจเย็นและมีความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนน้ำและสังเกตว่ามีแมลงมากัดกินหรือเปล่าซึ่งถึงแม้ว่าทุกๆ3 วัน วันเราเปลี่ยนน้ำทุก 3 วันแต่เอาจริงๆแล้วถ้าให้ดีมากที่สุดเลยก็ควรจะเปลี่ยนน้ำทุกวัน นอกจากจะเป็นกันประหยัดเงินทางใดทางหนึ่งแล้วยังเป็นการฝึกให้จิตใจของคนที่ปลูกโหระพาพี่จะได้ทำให้เรามีจิตใจที่มีความอ่อนโยนและมีความรับผิดชอบในการดูแลและเปลี่ยนน้ำของต้นโหระพาทุกๆ 3 วัน

 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub