Category: จัดบ้านและสวน

การทำสัญญาเช่าบ้านที่รัดกุมมีทั้งหมด 7 ข้อ 

เดียวนี้คนที่มาเช่านั้นมีลูกเล่นสูงมีมากมายหลายประเภท  บ้างก็มาทำข้าวของเสียหาย บางคนเช่าก็มีแบบว่าหนีไม่จ่ายค่าบ้าง  บางคนก็ไม่มีไม่หนีไม่จ่ายไล่ยังไงก็ไม่ไป เป็นปัญหาที่ทำให้หนักใจสำหรับผู้ที่ให้เช่า

วันนี้เราจะมาบอกวิธีการทำสัญญาบ้านที่รัดกุมเพื่อที่จะป้องกันการเสียหายแก่ผู้เช่า

  1. ควรเซ็นสัญญาเช่า  อย่าคิดว่าการเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ต้องทำสัญญากันก็ได้เพราะว่าเป็นเพื่อนกันทำสัญญาใจกันแต่รู้ไหมว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเยอะมากเพราะคำว่าเพื่อน นั้นต้องมาเถียงกันจนถึงต้องเลิกคบกัน ทางที่ดีที่สุดคือทั้งสองฝ่ายนั้นเราควรทำสัญญากันเถอะกันไว้ 
  2. เรื่องพื้นฐานอย่ามองข้าม  ในสัญญานั้นควรระบุอย่างชัดเจน  ว่าทุกเดือนนั้นต้องจ่ายภายในวันไหน  ค่าน้ำค่าไฟ ค่าสิ่งอำนวยความสะดวก ต่างๆ ภาษี ก็ต้องระบุให้ชัดเจน 
  3. ผู้เช่านั้นต้องไม่เช่าช่วงต่อ  ส่วนเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เยอะมากเพราะว่าผู้ให้เช่านั้นไม่รู้ ผู้ที่มาเช่านั้นไปให้คนอื่นเช่าต่ออีกโดยที่เรานั้นต้องระบุไปในสัญญา ว่าไม่ใช้เช่าช่วงต่อ  ถ้าไม่ทำแบบนี้ผูเช่าที่รู้มากนั้นอาจจะไปให้ผู้เช่าช่วงต่ออีกและอาจจะเกิดปัญหาตามมาก็ได้ 
  4. ห้ามทำผิดกฎหมาย  อันนี้เป็นที่รู้กันอยู่แล้วไม่ให้มีสิ่งเสพติดแล้วเรานั้นต้องระบุเอาไว้ในสัญญาด้วยแต่ก็อีกเพราะของแบบนี้ไม่มีใครเขามาบอกดังนั้นเราต้องตรวจเช็คคนที่มาเช่าให้ดีเพราะว่าถ้าคนที่มาเช่านั้นขายยาแล้วตำรวจมาเจอที่ห้องของคุณ อาจจะโดนรากแหไปด้วย 
  5. ระบุระยะเวลาสัญญา  เรานั้นต้องระบุระยะเวลาในการเช่าบ้านนั้นกี่เดือนแต่ไม่เกิน 3 ปี ถ้าหลังจากนั้นเราต้องทำสัญญาใหม่  ถ้าเรานั้นไม่ทำสัญญานั้นถือเป็นกระดาษแผ่นเปล่า และเรานั้นต้องไปทำสัญญาจดทะเบียนที่กรมที่ดินด้วย และต้องบอกก่อนล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนหมดสัญญา เรื่องค่าเช่า นั้นก็ต้องระบุเอาไว้อย่าชัดเจน 
  6. เงินประกัน  อันนี้เป็นเรื่องที่เรานั้นต้องเก็บเพราะว่าการที่ให้คนที่เรานั้นไม่รู้จักเข้ามาอยู่ในห้องนั้นก็เสี่ยงมากพอแล้ว  ถ้าเรานั้นยังจะไม่เก็บเงินค่าประกันก็เสี่ยงอย่างมากถ้าผู้เช่านั้นทำข้าวของเสียหายนั้นไม่คุ้มกับเงินที่เรานั้นทำประกันเลย 
  7. ลิสต์รายการพร้อมรูป   ใช่เพราะว่าการตกแต่งห้องนั้นมันแพงกว่าค่าเช่าดังนั้นเราควรที่จะถ่ายรูปเป็นหลักฐานไม่ใช่ของใช้เฟอร์นิเจอร์ เพดาน  ผนัง ทั้งหมด เพื่อให้ผู้เช่านั้นระวังในการใช้ห้อง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

สไตล์บ้านยอดนิยมในปัจจุบัน

บ้านไม้ซุง หนึ่งในสไตล์บ้านยอดนิยม

บ้านนั้นบนโลกนี้มีหลากหลายสไตล์หลายการออกแบบยิ่งนัก ซึ่งแต่ละแบบนั้นก็ให้ความรู้สึกและฟิวลิ่งในการอยู่ที่ต่างกันออกไป แต่ละแบบส่วนมากนั้นจะถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาตามสภาพความเป็นอยู่และวัสดุแถวนั้นที่สามารถหาได้ การที่จะทำให้แต่ละแบบนั้น กลายเป็นบ้านที่เหมาะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ววัสดุนั้นๆก็ถูกจัดหาได้ตามภูมิอากาสต่างๆอีกด้วย ไม่ว่าจะแบบไหนนั้น

ต้องบอกเลยว่าต้องอาศัยความพิถีพิถัน ไม่งั้นคงไม่ใช่บ้านที่ดี

บ้านแบบแรกที่เราจะพูดถึงนั้น ไม่ใช่บ้านที่จะหาได้ง่ายๆในประเทศแถบเอเชียนของเรา เพราะเป็นบ้านที่ออกแบบโดยใช้ไม้ซุงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ได้นิยมในประเทศแทบเอเชียนนี้เลย อีกอย่างจุดเด่นของบ้านที่ทำด้วยไม้ซุงนี้ ซุงจะทำหน้าที่เหมือนเป็นชนวนกันอุณหภูมิเป็นอย่างดีด้วย เพราะอย่างนั้นจึงเหมาะกับเหล่าประเทศที่มีอากาศหนาวจนไปถึงเป็นหิมะได้สบายๆเลย เพราะเก็บอุณหภูมิความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี

แล้วก็ตามแถบชานเมืองนั้นก็เป็นที่ๆหาซุงที่เยอะแยะมากมายจนสร้างบ้านได้ทั้งหลังสบายๆเลยล่ะ เราจะเห็นได้บ่อยๆกับบ้านซุงที่มีปล่องเตาผิงในบ้านเพื่อเพิ่มความอบอุ่นไว้ แล้วก็ยังเก็บความอบอุ่นนั้นได้นานจากชนวนของซุงนั้นเอง แต่ถ้าเป็นบ้านแถบร้านนั้น การที่บ้านซุงโดนแดดนานๆอาจทำให้อุณภูมิภายในสูงขึ้นเรื่อยๆจนอาจทำให้ตอนกลางคืนนั้นไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน

จึงเป็นเหตุให้ บ้านซุงนั้นไม่ถูกกับแถบเขตร้อนเลยล่ะ แต่ถึงอย่างไรการที่ได้เห็นบ้านซุงในหน้าต่างประเทศทั้งหลายที่อยู่ในหนังหนาวๆ ก็ทำให้รู้สึกอุ่นไปด้วยเลยล่ะ

สำหรับคนที่สนใจก็คงต้องตัดใจหน่อยล่ะ ด้วยความที่ไม่เหมาะกับภูมิอากาศของเราด้วยแล้วก็ด้วยราคาของต้นซุงนั้นแพงสุดๆไปเลย ไม่ใช่ว่าทำด้วยไม้แล้วจะถูกนะ แล้วอีกอย่างถ้าไม้นั้นไม่แห้งจริงก็จะมีปัญหาตามมาอีกหลายเรื่องเช่นกัน

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับบ้านโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

25 ข้อของการห้ามปลูกบ้าน ในโบราณถือว่าห้ามปลูก 

การสร้างบ้านนั้นมีตั้งแต่สมัยก่อน เพราะว่าบ้านเรือนนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อคนเราทุกคน 

การที่เรานั้นต้องปลูกบ้านหรือว่าซื้อบ้านนั้นเราต้องวางแพลนให้รอบคอบทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้าง ความแข็งแรงของบ้าน ความสะดวกสบายความทันสมัย หรือตามฮวงจุ้ย หรือว่าตามความเชื่อต่างๆแต่โบราณ

บ้านเป็นที่อยู่อาศัย ในวันที่เรานั้นต้องมีครอบครัวมีสมาชิกเพื่มขึ้นและบ้านเป็นสิ่งที่เราอยู่แล้วรู้สึกว่าอบอุ่น  ปลอดภัย อยู่แล้วมีความสุข แต่การสร้างบ้านสักหลังนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องคิดหนักไม่ใช่เป็นแต่การปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว  เราต้องดูองค์ประกอบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรืองอุปกรณ์ในการก่อสร้างว่าต้องการใช้ของในการก่อสร้างแบบที่ดีและมีคุณภาพ และสะดวกสบายในการอยู่ ความสวยงามทันสมัย แล้วก็ตามความเชื่อของโบราณที่ว่าการปลูกบ้านนั้นมีข้อห้ามอะไรบ้างเพราะว่าถ้าเราปลูกบ้านไปแล้วจะอยู่ไม่เป็นสุข ไม่ว่าอย่างไรก็ตามรู้ไว้ก็ถือว่าไม่เสียหาย เราไปดูกันว่ามีข้อห้ามอะไรบ้างในการที่จะปลูกบ้าน 

  • ห้ามไม่ให้ทำขื่อบ้านใหญ่กว่าเสาบ้าน  – ไม่ให้ทำแหวกช่องกลางที่นอน – ห้ามไม่ให้ปลูกเรือนทับต้นไม้   – ไม่ควรที่จะปลูกบ้านแบบศาลพระภูมิ – ไม่ควรสร้างบ้านที่มีระเบียง 4 ด้านเหมือนศาลาการเปรียญ  
  • ห้ามปลูกบ้านขวางตะวัน  – ห้ามปลูกขวางคลอง –  ห้ามทำเรือนมี 4 จั่ว – การปลูกบ้านหลังหนึ่งห้ามมีประตู 4 ประตู หน้าต่าง 9 บาน และประตูไม่อยู่กลางบ้าน  – บันไดนั้นห้ามลงด้วยเลขคู่ – บันไดนั้นไม่ลงทิศตะวันตก 
  • ไม่หันหัวเตียงนั้นไปทางทิศตะวันตก  – ไม่ทำน้ำพุไหลเข้าบ้าน – ไม่นอนขวางกระดานบ้าน  – ไม่ทำทางลอดที่อยู่ใต้ส้วม – ไม่ทำอาคารหรือบ้านเป็นตัว T  – ไม่ทำประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านนั้นตรงกัน – ไม่ทำภูเขาจำลองเอาไว้ในบ้าน  – ไม่ทำทางเข้าออกคู่ ไว้ตอนมุมของที่ดินที่เป็นทางสามแพรกหรือสี่แยก
  • ห้ามใช้ช่อฟ้าหรือของที่ตบแต่งจากวัด  – ห้ามปลูกเรือนั้นค่อมตอ – ห้ามตั้งศาลนั้นทับกับเงาบ้าน   – ห้ามทำบันไดขาขึ้นนั้นเวียนซ้าย – ห้ามมีสัตว์ตายในตอหม้อ – ห้ามสร้างบ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้งสี่ด้าน  

ยกตัวอย่างเช่นที่บอกว่าห้ามปลูกบ้าทางสามแพรกนั้นเพราะว่าเป็นทางของผี ผ่าน เพราะจะทำให้เรานั้นเจ็บป่วย อยู่แล้วไม่สบายบ่อย  หรือคนที่อยู่ในบ้านนั้นร้อน อยู่ไม่เป็นสุข ทำอะไรติดๆขัด เป็นต้น  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

ความรู้เกี่ยวกับบ้าน

สีทาบ้าน

      การจะมีบ้านสักหลังนอกจากได้ตามแบบที่เราต้องการแล้ว เรื่องการตกแต่งเองก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนที่มีบ้านต่างก็ให้ความสำคัญ เพราะบ้านที่มีการตกแต่งที่ดี และสวยงามนั้นนอกจากจะสื่อให้เห็นถึงรสนิยมของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยแล้ว ยังทำให้ตัวผู้อยู่อาศัย หรือแขกไปใครมาที่มาเยือนเมื่อได้เห็นก็จะรู้สึกสบายตา สบายใจ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่บ้าน เพราะบ้านคือวิมานแห่งความสุขที่จะคอยปกป้องเราจากโลกภายนอกได้ และหนึ่งในการตกแต่งที่สำคัญก็คือการ “ทาสีบ้าน” นั่นเอง

        บ้านนั้นเป็นดั่งสถานที่ที่ช่วยมอบความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านนั้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บ้านน่าอยู่ได้มากขึ้น เราจึงควรที่จะศึกษารายละเอียดต่างๆ และหลักการมากมายในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อที่จะทำให้บ้านมีความเหมาะสมและลงตัวกับการอยู่อาศัยมากทีสุด

เคล็ดลับสำหรับการเลือกสีทาบ้าน

       โดยเริ่มจากการพิจารณาแสงสว่างที่เข้ามาภายในบ้าน สำหรับคนที่ต้องการให้บ้านของตัวเองดูสว่าง ควรที่จะเลือกสีทาบ้านให้เป็นสีขาว หรือโทนสีที่อ่อน เช่นสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรสก็ได้เช่นกัน เพราะจะทำให้บ้านนั้นดูกว้างขึ้น หากที่บ้านดูมีขนาดที่กว้างหรือโล่งเกินไป สำหรับการเลือกสีทาบ้านให้เป็นโทนสีเข้มเช่นสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงินนั้น ก็จะสามารถช่วย ทำให้บ้านดูลงตัวยิ่งขึ้น

ต่อมาก็คือควรที่จะตรวจสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อ เมื่อมีการตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่ารีบร้อนที่จะตัดสินใจซื้อในทันทีเพราะหลายคนที่ตัดสินใจซื้อไปแล้วได้สีที่ไม่ตรงตามความต้องการ เนื่องจากว่าสีทาบ้านของแต่ละยี่ห้อนั้นมีความแตกต่างของเฉดสี ดังนั้นจึงควรที่จะมีการทดสอบสีให้เกิดความแน่ใจก่อนแล้วจึงตัดสินใจซื้อ และสุดท้ายก็คือควรที่จะมีการเปรียบเทียบของต่างๆภายในกับบ้านสีทาบ้านที่เราเลือกด้วย การเปรียบเทียบสิ่งของต่างๆภายในบ้านกับสีทาบ้านที่เราเลือกนั้นจะช่วยทำให้การตกแต่งบ้านนั้นมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น

โดยมีวิธีการง่ายๆคือนำเอาสีทาบ้านที่เราเลือกไปเทียบกับจุดต่างๆภายในบ้านนั่นเอง

เช่นบริเวณพื้นบ้าน หรือพื้นที่ข้างหน้าต่าง รวมไปถึงการเทียบกับสีของเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในบ้าน เช่น ตู้โชว์ โซฟา หรือเตียงนอน ที่สำคัญคือควรที่จะนำไปเทียบในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อเทียบดูตอนแสงมาตกกระทบทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วย

       สำหรับใครที่กำลังอยากที่จะทาสีห้องใหม่ แต่ก็ยังเลือกสีที่ถูกใจยังไม่ได้สักทีไม่รู้ควรเริ่มต้นอย่างไร แล้วจะเลือกใช้สีไหนจึงจะเหมาะสมกับห้อง และเมื่อทาออกมาแล้วสีที่เราเลือกมานั้นจะดูเข้ากับของตกแต่งภายในห้องได้ลงตัวหรือไม่ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้คุณได้รับข้อมุลที่เป็นประโยชน์ต่อการประการตัดสินใจในการเลือกสีทาบ้านของคุณไดเป็นอย่างดี

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

จะปลูกบ้านเอง หรือซื้อบ้านจัดสรรดี

 บ้าน สิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะมีเป็นของตัวเองเพื่อบ่งบอกถึงการที่เราได้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

แต่การจะมีบ้านสักหลังก็ไม่ใช่เรื่องง่ายการมีเงินสำหรับเรื่องบ้านอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะต้องมานั่งเครียดอีกว่าควรที่จะ “จะปลูกบ้านเอง หรือซื้อบ้านจัดสรรดี” ในวันนี้เรามาช่วยกันไขข้อข้องใจของคำถามนี้กัน เพื่อที่ทุกคนจะได้ตัดสินใจได้ถูกทางว่าควรจะเลือกอย่างไหนดีให้เหมาะสมกับตัวเอง

        เพราะการจะมีบ้านสักหลังถือเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่หนึ่งในชีวิตของคนเรา ดังนั้นก็คงจะเป็นเรื่องดีถ้าเรามีข้อมูลเอาไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

สร้างบ้านด้วยตนเอง

      เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยมีภาพจินตนาการบ้านในฝันของตัวเองและถ้าเราลองนำเอาความต้องการไปคุยและปรึกษากับสถาปนิกที่มีความชำนาญเพื่อรับคำแนะนำจากแนวความคิดที่เราเคยได้จินตนาการเอาไว้ในหัวของก็จะถูกดึงออกมาเพื่อพัฒนาต่อยอดให้ได้มาซึ่งแบบบ้านที่ถูกใจเราอย่างเห็นภาพได้ชัดและยังจะสามารถเลือกใช้วัสดุในการสร้างบ้านได้อย่างเหมาะสมสวยงามอีกทั้งยังจะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครด้วยที่สำคัญคือเรื่องการตอบโจทย์ในการใช้งานต่างๆภายในบ้าน ซึ่งถ้าหากใครมีที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้วและมีงบประมาณที่เหมาะสมแล้ว ก็สามารถที่จะหาสถาปนิก วิศวกร และช่างผู้รับเหมาที่เราไว้วางใจและเลือกแล้วว่าพวกเขาเหมาะสมกับโจทย์ที่คุณต้องการ แล้วบ้านในฝันที่จินตนาการเอาไว้ก็จะเกิดเป็นความจริงได้ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้แล้วการที่จะเริ่มต้นสร้างบ้านเองนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก และยังไม่ควรที่จะตัดสินใจ

ซื้อบ้านจัดสรรผ่านโครงการ

       ซื้อบ้านจัดสรรผ่านโครงการเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี โดยอาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะคนที่ไม่ได้ชอบความยุ่งยากในขั้นตอนการสร้างบ้าน ซึ่งข้อดีของการซื้อบ้านจัดสรรกับโครงการก็คือ การตัดขั้นตอนของความยุ่งยากต่างๆในการสร้างบ้านออกไป อีกทั้งเรื่องของงบประมาณที่จะต้องมีการเตรียมได้อย่างแน่นอน โดยที่ตัวเราเองสามารถที่จะเลือกแบบบ้านจากโครงการให้ตรงตามความต้องการของตัวเองได้เช่นกัน วิธีการก็แสนจะง่ายและไม่ซับซ้อนแค่เลือกรูปแบบ ขนาด และการตกแต่งของบ้านโดยคำนึงถึงขนาดที่จะเหมาะสมกับครอบครัว  หรือตัวผู้อยู่อาศัยเองว่าอยู่ในทำเลที่สะดวก

หรือไม่ในหลายๆโครงการในปัจจุบันนี้ได้มีการตกแต่งภายในบ้านแต่ละหลัง และได้มีการจัดสวนเอาไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นอะไรที่สะดวกมากๆโดยผู้ซื้อเองสามารถที่จะเดินทางไปยังสำนักงานขายของโครงการนั้นๆได้เพื่อที่จะวางเงินจองและพร้อมเซ็นสัญญาเพียงเท่านี้ความฝันของการมีบ้านเป็นของตัวเองก็บรรลุเป้าหมายได้แล้ว สำหรับข้อนี้ก็เป็นคำแนะนำที่ดีและเหมาะสมมากๆหากใครที่ชื่นชอบความสะดวกไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

       อย่างไรก็ตามในเรื่องของความสะดวกของแต่ละคนนั้นก็มีแตกต่างกัน อีกทั้งปัจจัยในการที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองของแต่ละคนนั้นก็ยังแตกต่างกันไปอีก จึงทำให้การตัดสินใจในเรื่องนี้ของแต่ละคนนั้นอาจจะเป็นไปในคนละทิศละทาง แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังมีเป้าหมายเดียวกันคือการได้มีบ้านสักหลังเป็นของตัว สุดท้ายนี้สำหรับใครที่พร้อมแล้วที่จะมีบ้าน และเริ่มสร้างครอบครัวของตัวเองเราก็ขอให้คุณมีความสุขกับบ้านหลังใหม่และมีครอบครัวที่แสนสุขตลอดไป

 

สนับสนุนบทความดีๆโดย แทงมวยสด

สวนสวยๆเย็นสบาย

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการดูแลสวนให้สวยงาม และยังให้ร่มเงาเย็นสบาย

เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก องค์ประกอบของสวน นอกจากการปลูกต้นไม้เยอะๆแล้ว ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ควรนำมาพิจารณาประกอบในการจัดสวน ทั้งการเลือกชนิดของต้นไม้

และการนำน้ำมาประกอบในการจัดสวน ดังนั้นการจัดให้สวนทั้งสวยและสามารถคลายความร้อนพร้อมให้บรรยากาศที่ร่มรื่นได้ด้วยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะอากาศเช่น ประเทศไทยตอนนี้  เราสามารถให้สวนสวยๆ ช่วยคลายความร้อนให้เราได้แบบนี้ 

  • ปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้บริเวณบ้านและสวนมีความร่มรื่น โดยการปลูกต้นไม้ใหญ่นั้นควรปลูกห่างจากตัวบ้าน และกำแพง ประมาณ 1 เมตรเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องรากชอนไชใต้บ้านและกำแพง  โดยเลือกต้นไม้ที่ชอบเน้นต้นไม้ที่มีชื่อมงคล ยิ่งได้ต้นไม้ที่มีดอกและมีกลิ่นหอมจะดีมาก หลักสำคัญในการปลูกต้นไม้ใหญ่คือไม่ควรปลูกทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้เพราะจะบังเส้นทางของลม แต่ถ้าจำเป็นต้องปลุกควรเลือกต้นไม้ที่มีใบไม่เยอะ

 

  • เมื่อเลือกต้นไม้ใหญ่ได้แล้ว ก็มาดูที่ตำแหน่งของน้ำ  เพราะน้ำจะช่วยให้เย็นสบาย ช่วยให้สวนสวยของเราไม่ร้อนจนเกินไป และการที่ได้ยิน เสียงน้ำไหลจะช่วยให้ผ่อนคลายได้อีกด้วย  การตกแต่งสวนด้วยน้ำ สามารถออกแบบได้โดยตกแต่งให้มีน้ำตก น้ำพุ หรือน้ำผุด หรือจะทำเป็นสระบัว หรือสระว่ายน้ำก็ได้ทั้งนั้น ควรตกแต่งน้ำไว้ทางทิศที่ลมพัดผ่าน และหากตกแต่งสวนด้วยสระน้ำ หรือสระว่ายน้ำ หรือบ่อปลา ควรขุดสระให้ลึกเกิน 1 เมตรจะช่วยให้น้ำเย็นสบายไม่ร้อนจนเกินไป 

 

  • ตัวช่วยให้สวนร่มเย็นอย่างที่ 3 คือ การทำรั้วบ้านที่ช่วยบังแสงแดด แต่ไม่บังลม ซึ่งระยะของรั้วที่เหมาะสมความสูงต้องไม่เกิน 3 เมตร โดยตัวกำแพงรั้วนั้น เราสามารถปลูกต้นไม้ เช่นต้นไทรเกาหลี หรือต้นโมก มาทำเป็นกำแพงต้นไม้ได้ด้วย นอกจะจะช่วยบังสายตาจากคนภายนอกแล้ว ยังให้ความร่มรื่น ความสบายตาจากสีเขียวของต้นไม้ได้อีกด้วย

 

  • เราสามารถสร้างผนังต้นไม้ให้กับบ้าน เป็นอีกวิธีทีจะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นเพราะมีต้นไม้เลื้อยมาช่วยบังแดด แต่แนะนำให้นำตะแพงมารองให้ต้นไม้เกาะ แทนที่จะให้เกาะกับผนังบ้านโดยตรงเพราะจะเป็นรอยถ้ามีการน้ำต้นไม้ออก ต้นไม้ที่นิยมปลูกคือ ต้นตีนตุ๊กแกและต้นเหลืองชัชวาล นอกจากบ้านจะเย็นสบายแล้วให้ช่วยให้บ้านสดชื่นด้วยดอกไม้สวยๆของต้นเหลืองชัชวาลได้อีกด้วย

 

  • อีกตัวช่วยที่จะให้สวนของเราร่มรื่นเย็นสบายคือ วัสดุดูดความร้อน เราสามารถเพิ่มตัวช่วยนี้ได้ ด้วยการใช้บล็อคปูพื้นที่ดูดเก็บความชื้นได้ เพราะเมื่อเรารดน้ำหรือล้างพื้น ตัวบล็อกนี้จะดูดความชื้นไว้ และจะค่อยๆคลายความเย็นออกมา ทำให้บ้านลดความร้อนลงได้

 

จะเห็นได้ว่าการจัดสวน มีขั้นตอนหลายอย่างที่จะช่วยลดความร้อนลงได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริเวณบ้านมีความสวยงามร่นรื่น น่านั่งพักผ่อนอีกด้วย 

วิธีการซื้อของเข้าบ้านที่ประหยัดสุดๆ

เคยไหมที่พอจะออกไปห้างเพื่อ “ซื้อของเข้าบ้าน” แค่ไม่กี่อย่าง พอจ่ายเงินเสร็จเสียเงินไปหลายพันพร้อมด้วยถุงของใช้พะรุงพะรังที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ ถ้าหากเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเงินและการออมของคุณแน่ๆ มาลิสต์รายการว่าควรทำไรก่อนดีกว่า

จดรายการของที่จะซื้อก่อนออกไปซื้อ

ก่อนจะทำอะไรคุณควรจะสร้างเป้าหมายเสียก่อน การไปซื้อของก็เช่นกัน คุณควรสำรวจดูว่าในบ้านขาดเครื่องใช้ในบ้านหรือวัตถุดิบในการทำอาหารอะไรบ้าง จดลงบนกระดาษหรือบนสมาร์ทโฟนก็ได้ เมื่อไปถึงห้าง ให้บอกตนเองว่าคุณต้องการจะมาซื้อของตามรายการเหล่านี้เท่านั้น และต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง

รถเข็นไม่ต้องเต็มก็ได้

รู้หรือไม่ว่าห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเพิ่มขนาดรถเข็นให้ใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของใช้มีแนวโน้มที่จะซื้อของมากกว่าเดิมเนื่องจากรถเข็นดู “ยังไม่เต็ม” ดังนั้น ซื้อตามที่ใจตั้งเป้าไว้จะดีที่สุด อย่าสนใจเลยว่ารถเข็นจะเต็มหรือไม่เต็ม

เทียบราคาก่อนซื้อ

เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม เป็นธรรมต่อตนเอง และแน่นอนว่า ดีต่อกระเป๋าเงิน เวลาจะเลือกซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง คุณควรเทียบราคาสินค้าชนิดนั้นกับหลายๆยี่ห้อเสียก่อน ไม่งั้นอย่างนั้นคุณอาจเผลอจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงแสนแพงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ สินค้าบางชนิดมีคุณภาพใกล้เคียงกันมาก แต่ต่างแค่ชื่อยี่ห้อเท่านั้น ดังนั้น ยี่ห้อที่ราคาถูกกว่า น่าจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่า

อย่าใจอ่อนกับของลดราคา

แน่นอนล่ะ ใครๆ ก็ชอบเห็นตัวหนังสือโตๆ เขียนว่า SALE แล้วยิ่งได้เห็นราคาก่อนลดราคาประกอบกับราคาใหม่ด้วยแล้ว บางคนถึงกับต้องวิ่งไปคว้าสักชิ้นสองชิ้น ทั้งที่ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะใช้เลยสักนิด รู้หรือไม่ว่าผู้ประกอบการบางแห่งจงใจแปะป้ายลดราคาเพื่อจูงใจให้คนมาซื้อสินค้า ทั้งที่ราคาเดิมนั้นไม่ได้ต่างกันสักเท่าไร หรือไม่ได้ลดราคาเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่าหลงกลป้ายจะช่วยประหยัดเงินไปได้มากเลยทีเดียว

ตุนของที่ใช้ประจำตอนลดราคา

ใช่ว่าการลดราคาจะเป็นสิ่งเลวร้าย ของบางอย่างที่ใช้ในบ้านเป็นประจำเช่น น้ำมัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็จำเป็นต้องใช้ในบ้าน ถือเป็นสิ่งที่ซื้อตุนไว้ไม่เสียหาย แต่อย่าลืมดูวันผลิตและวันหมดอายุด้วยล่ะ เพราะสินค้าบางอย่างนำมาลดราคาตอนใกล้หมดอายุแล้ว แทนที่จะได้ซื้อไปตุนไว้ใช้ในอนาคต อาจกลายเป็นซื้อสินค้าเก่าที่ใช้การไม่ได้ทีหลัง

อยากซื้อของสดให้ไปตลาด

ถึงแม้ปัจจุบันการไปห้างใกล้บ้านอาจสะดวกสบายกว่าการหาตลาดสดเพื่อไปซื้อของสดเข้าบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ของสดบางอย่างในตลาดมีราคาถูกกว่าในห้างถึงเกือบครึ่งเลยทีเดียว นอกจากจะสดกว่าแล้ว ยังราคาถูกกว่าด้วย หันไปอุดหนุนของในชุมชนกันบ้างก็ช่วยประหยัดเงินได้พอควร