Category: บ้านและสวน (page 2 of 3)

การปลูกถั่วงอก ในตระกร้า 

     สำหรับการเพาะถั่วงอกใน สามารถเพาะได้ทั้งในดินทราย  ในกระดาษทิชชู่หรือแม้แต่ปลุกในน้ำ วันนี้จะมาแนะนำการปลูกถั่งงอกเอาไว้กินสำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่ปลูก โดยการเพาะถั่งงอกในตระกร้าโดยใช้กระดาษทิชชู่ มาดูกันว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง

       ก่อนอื่นเลยเราควรจะหาเมล็ดพันธ์ถั่วงอกก่อนโดยการใช้เมล็ดถั่วเขียวซึ่งเราควรจะมีการคัดเมล็ดถั่วเขียวว่าถ้าอันไหนเป็นเมล็ดถั่วเขียวที่ดูแล้วจะเน่าเสียแล้วให้คัดทิ้งเพราะถ้าหากเรานำเมล็ดเสียปลูกรวมไปกับเมล็ดดีเมื่อไหร่จะทำให้เชื้อราขึ้นถั่วเขียวแล้วจะทำให้ต้นอื่นเสียหายด้วยได้ และเมื่อเราคัดเมล็ดถั่วเขียวเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็นำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 คืนระหว่างนั้นก็มีการหาอุปกรณ์เพื่อสำหรับปลูกโดยเราจะใช้ตะกร้าที่มีรูให้น้ำไหลออกได้ไม่ต้องใช้ใบใหญ่มากนะหลังจากได้ตะกร้ามาเรียบร้อยแล้วให้เรานำกระดาษทิชชูมาประพรมน้ำไม่มีการเสียบชื้นแล้วมาวางไว้ตรงก้น

ตะกร้าหลังจากนั้นก็นำเมล็ดถั่วเขียวที่เราแช่น้ำไว้ 1 คืนแล้วมาโรยไว้ตรงกระดาษทิชชู่ที่เราพรมน้ำเอาไว้ไม่ต้องใส่เยอะเพราะว่าจะทำให้ถั่วงอกที่โตขึ้นมามีลักษณะเป็นต้นผอมได้เพราะเป็นการเบียดกันหากอยากให้ถั่วงอกต้นอวบอ้วนให้โรยเมล็ดถั่วเขียวห่างๆกันนิดนึง หลังจากนั้นให้เรานำกระดาษทิชชู่ชุบน้ำให้เปียกหมาดๆแล้วนำมาวางทับเมล็ดถั่วเขียวที่เราวางไว้ชั้นแรกเสร็จเรียบร้อย

แล้วก็นำเมล็ดถั่วเขียวที่เราแช่ไว้ค้างคืนวันลอยซ้ำอีกครั้งหนึ่งทำเป็นชั้นที่ 2 หลังจากนั้นก็นำทิชชู่วางทับอีกครั้งหนึ่งแล้วผมน้ำให้เปียกอีกรอบนึงทำแบบนี้ซ้ำไปทั้งหมด 3 รอบโดยรอบสุดท้ายให้นำกระดาษทิชชู่เปียกมาทับปิดไว้ หลังจากนั้นเสร็จแล้วชั้นสุดท้ายให้นำผ้าเช็ดตัวชุบน้ำให้เปียกแนะนำมาปิดชั้นบนสุดเมื่อนำผ้าชุบน้ำมาปิดเรียบร้อยแล้วให้เรานำตะกร้าถั่วงอก

ที่เราเพราะไว้ไปใส่กะละมังเสร็จแล้วหาฝาปิดให้มิดชิดป้องกันแสงส่องถึงต้นถั่วงอกเพราะถ้าหากมีแสงส่อง ไปถึงถั่วงอกเมื่อไหร่จะทำให้ต้นถั่วงอกของเราไม่ขาว เสร็จแล้วให้นำถุงพลาสติกมาห่ออีกครั้งหนึ่งจำนวน 2 ชั้นแล้วนำไปเก็บไว้ในจุดที่ไม่มีแดดส่องถึง เพียงแค่วันเดียว ถั่วงอกก็จะมีรากขึ้น เราจะรดน้ำถั่วงอกวันละ 1 ครั้งด้วยการเทน้ำราดลงไปเลย รอทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

แล้วค่อยนำไปใส่ถุงดำเหมือนเดิม เราสามารถดูวิวัฒนาการของถั่วงอกได้ว่าเราจะเอาถั่วงอกที่ความสูงเท่าไหร่ปกติแล้ว 5 วันก็สามารถนำออกมารับประทานได้แล้วเป็นการปลูกผักเอาไว้กินในช่วงที่ผักมีราคาแพง 

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อต้องการให้สัตว์เลี้ยงมานอนในห้องนอนด้วยกัน

     สำหรับบางคนที่รักสัตว์เลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจและอาจจะมองเห็นว่าพวกมันเหล่านั้นไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเราซึ่งบางคนรักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก  เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงอยากได้อะไรก็จะประเคนให้ทุกอย่าง ไปไหนไปด้วยกันนอนก็ยังนอนด้วยกันดังนั้นหากใครที่มักชอบนำสัตว์เลี้ยงมานอนด้วยในห้องนอนจึงควรต้องระมัดระวังปัญหาหลังจากที่เรานำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอนของเรามาดูกันว่าสิ่งที่เราควรระวังนั้นมีอะไรบ้าง

  1.  อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าไม่ว่าจะมาถึงแมวก็จะมีขนซึ่งขนของพวกมันมักจะหลุดร่วงอยู่ทุกวัน  ดังนั้น หากคุณนำสัตว์เลี้ยงไปเลี้ยงในห้องนอนคุณมักพบปัญหาเพราะขนของมัน จะหลุดร่วงลงบนที่นอน ซึ่งถ้าหากใครเป็นภูมิแพ้ก็อาจจะได้รับผลกระทบได้หรือบางคนอาจจะทำให้เกิดการระคายที่ผิวหนังดังนั้นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดหากต้องเอาสัตว์เลี้ยงมานอนด้วยก็คือการทำความสะอาดห้องนอนทุกวันด้วยการดูดฝุ่นและพื้นอยู่สม่ำเสมอ
  2. ระวังเรื่องของกลิ่นที่อาจจะมีสะสมอยู่ในห้องนอนของคุณเพราะว่าในช่วงกลางคืนที่คุณนอนหลับตื่นมาก็ต้องเปิดแอร์นอนดังนั้นกลิ่นอาจจะถูกดูดเข้าไปในช่องแอร์รวมถึงกลิ่นจากมูลที่สัตว์เลี้ยงของคุณถ่ายเอาไว้ในช่วงเวลากลางคืนขึ้นจึงควรต้องมีสเปรย์ดับกลิ่นเอาไว้ฉีดตรงบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้มันขับถ่ายพื้นที่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์จะได้ไม่รบกวนไปทั่วห้องของคุณ
  3. หากคุณนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอนคุณจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะมีการซุกซนซึ่งพวกมันอาจจะไปทำลายข้าวของในห้องนอนของคุณได้ดังนั้นทางที่ดีคุณควรจะเตรียมของเล่นของพวกมันทิ้งไว้สักชิ้นสองชิ้นเพื่อที่มันจะได้มีของเล่นและไม่ไปยุ่งกับของในห้องนอนของคุณให้ได้รับความเสียหาย
  4. หากคุณต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพาไปไหนมาไหนด้วยกันรวมถึงให้มันมานอนในห้องนอนคุณต้องระวังเรื่องของการสูดอากาศหายใจเข้าไปเพราะบางครั้งคุณอาจจะสูดเอาขนของสัตว์ก็เป็นในร่างกายซึ่งจะส่งผลให้คุณร่างกายแข็งแรงและเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย
  5. และที่สำคัญสัตว์เลี้ยงของคุณหากไม่ถูกฝึกมาอย่างดีพวกมันอาจจะขึ้นไปขับถ่ายบนที่นอนของคุณไม่คิดมองของคุณสกปรกและเสียหายได้ดังนั้นก่อนที่จะมีการนำสัตว์เลี้ยงที่น่ารักไปนอนด้วยกันบนที่นอนควรจะมี การขับถ่ายให้เป็นที่ 

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub royal1688

อยากให้เสื้อผ้าเหมือนใหม่ไม่มีขุยที่เสื้อผ้าทำได้ดังนี้

การที่เสื้อผ้าเป็นขุยเป็นอีกสาเหตุใหญ่อย่างหนึ่งที่เรามักจะพบกันเป็นประจำอยู่เสมอนอกเหนือจากเรื่อง เสื้อชอบยับและชอบมีกลิ่นเหม็นหลังซํกแล้ว ซึ่งปัญหาที่เสื้อผ้าขึ้นขุยนั้นมักเกิดจากการที่เราซักเสื้อผ้าอย่างไม่ถูกวิธีธี ซึ่งจะทำให้เสื้อผ้าตัวเก่งของเราที่ซื้อมาด้วยราคาแสนแพง กลายเป็นเสื้อเก่าๆที่ไม่น่าสวมใส่ได้ดังนั้นวันนี้เว็บ  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100   ของเราจึงมีวิธีที่ที่จะสามารถแก้ไขเสื้อผ้าขึ้นขุยมาฝากกันค่ะ

  1. วิธีการที่สะดวกและรวดเร็วง่ายที่สุดเลยก็คือซื้อเครื่องกำจัดขุยมาใช้ ซึ่งราคาไม่สุงมากนักหาซื้อได้ตามร้านขายผ้าทั่วไป เป็นอุปกรณ์ที่ควรมีไว้ติดบ้านเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยเรื่องการไขเสื้อผ้าเป็นขุยได้ดี วิธีการใช้งานก็แสนง่ายแค่นำเครื่องมาวนตรงผ้าที่เป็นขุย เศษขุยที่ติดตาผ้าก็ออกมาหมดแล้ว
  2. แถบตีนตุ๊กแกก็สามารถขจัดขุยได้หากไม่สะดวกที่จะซื้อเครื่องกำจัดขุย เพียงแค่นำแถบตีนตุ๊กแกมาแปะที่ผ้าแล้วลอกออก พวกขุยที่ติดตามเสื้อผ้าก็จะหลุดมาตามแถบตีนตุ๊กแกแล้ว
  3. สาวๆคนไหนที่มีโรลม้วนผมที่เป็นตีนตุ๊กแก ก็สามารถนำมาแปะกับเสื้อที่เป็นขุยแล้วดึงขุยออกมาได้เช่นได้นะคะวิธีนี้ทั้งประหยัดและสามารถใช้งานได้ทั้งผมและเสื้อเลย การทำแบบนี้สามารถทำไปได้เรือยๆตรงที่มีขุยแม้ตรงจะที่เข้าไปดึงออกยากก็สามารถทำได้
  4. เทปกาวที่เราใช้แปะของหรือแปะกล่องกระดาษก็สามารถแก้ไขปัญาหาเสื้อขึ้นขุยได้เหมือนกันค่ะ แค่นำเทปกาวมาแปะกับเสื้อที่เป็นขุยแล้วดึงออกขุยก็จะหลุดตามเทปกาว ซึ่งให้ทำซ้ำๆไปเรื่อยๆ
  5. หินภูเขาไฟ  หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าหินภูเขาไฟจะทำได้ แต่ทำได้จริงๆค่ะเพียงแค่นำหินภูเขาไฟมากขุดเบาๆตรงผ้าที่เป็นขุยแล้วนำเทปกาวมาแปะแล้วดึงออกอีกครั้งก็จะสามารถดึงขุยออกจากเสื้อผ้าได้แล้วค่ะ
  6. อีกหนึ่งวิธีที่นิยมทำกันก็คือ การเอาการเอาฟองน้ำกระดาษทรายมาชุบน้ำแล้วนำมาถูตรงเสื้อผ้าที่เป็นขุยเบาๆ เท่านั้นขุยก็หลุดออกมาจากเสื้อผ้าแล้วค่ะ
  7. หวีสำหรีบหวีผมชนิดที่ซี่ถี่ๆ นำมาขุดกับเสื้อผ้าจะทำให้ผ้าที่เป็นขุย ขุยหลุดติดออกมาด้วยแต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและทำช้าๆนะคะไม่งั้นเดี๋ยวผ้าขาดได้

นี่เป็นวิธีในการกำจัดขุยทีติดตามเสื้อผ้าของเราให้หมดไปเพื่อที่เวลาสวมใส่เสื้อผ้าจะได้ดูเหมือนใหม่ แต่การทำตามวิธีที่แนะนำควรทำด้วยความระมัดระวังและควรดูเนื้อผ้าแต่ละตัวด้วยว่าเหมาะกับวิธีการแบบไหนเพื่อให้ผ้าไม่ขาดเสียหาย

ง่ายง่ายถ้าไม่อยากให้ผ้าเป็นขุย

สำหรับใครที่พบปัญหาเสื้อผ้า ขึ้นคุยให้สังเกตดีดีว่าสิ่งที่ทำให้เสื้อผ้าของคุณขึ้นคุยนั้นก็คือตัวคุณเองนั้นก็เพราะว่าเวลาที่คุณซักผ้าคุณไม่ตรวจสอบคุณภาพของภาคว่าสามารถซักวิธีการไหนได้บ้างผ้าบางชนิดอาจจะไม่สามารถสักทีครึ่งได้ผ้ามาใช้อาจจะต้องซักมือไปห้ามขยี้ซึ่งเราไม่รู้วิธีการซักผ้าที่ถูกวิธีกับภาพที่เราใช้งานนั้นจะทำให้ผ้าของเราขึ้นคุยได้ง่ายหรือเสียหายได้ง่ายถึงแล้วเสื้อผ้าจะมีราคาแพง

แต่การสักที่ผิดวิธีก็นำมาซึ่งความเสียหายของเสื้อผ้าได้เช่นเดียวกันดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีการที่จะทำ ให้เสื้อผ้าของเราสามารถคงทนใช้งานได้นานและไม่ขึ้นขุยโดยวิธีการเบื้องต้นเราต้องตรวจสอบคุณภาพของผ้าของเราก่อนว่าสามารถซักผ้าแบบไหนได้บ้างต้องสักถังหรือซักมือหรือตรงนั้นไปซักแห้งเท่านั้น

และหลังจากที่เรารู้แล้วหากสามารถซักได้เองวิธีการต่อไปให้เรากลับด้านดูเสื้อด้วยซักซื้อจากด้านในเอาตะเข็บเสื้อออกมาข้างนอกแล้วทำการซักผ้าเพื่อช่วยเหลือปัญหาให้เสื้อผ้าไม่หลุดลุ่ยจากฝั่งที่เรามองเห็นเพราะถ้าหาผ้าจะหลรซักให้หลุดในฝั่งที่อยู่ด้านในตัวเราเท่านั้นจะดีที่สุดและการใช้น้ำยาซักผ้าคุณใช้เป็นแบบน้ำไม่ชวนใช้เป็นแบบผงเพราะการใช้แบบผงบางครั้งถ้าเราผสมผงกับน้ำไม่ละเอียดมันจะเป็นก้อนแล้วทำให้ผมเหล่านี้ไปคุยกับเสื้อผ้าของเราทำให้เกิดคุยได้ แต่หากเราไม่สามารถใช้น้ำยาซักผ้าแบบน้ำได้จริงๆ

ถ้าต้องใช้น้ำยาซักผ้าแบบผมควรละลายน้ำให้ผงซักฟอกละลายรวมไปกับน้ำไม่มีการจะเป็นก้อนก่อนที่จะนำผ้าลงไปซัก และที่สำคัญควรขัดแยกเสื้อผ้าก่อนซักโดยจะเป็นผ้าบางให้ซักในถุงตาข่ายเพื่อป้องกันรอย-ข่วนและอย่าลืมแยก สี่เสื้อผ้าเพื่อป้องกันเสื้อผ้าสีตกใส่กันและหากเธอต้องสักด้วยเครื่องซักผ้าผ้าทุกชิ้นควรใส่ตาข่ายกอดน้องนำไปซักทุกครั้งและต้องแยกสี่เสื้อผ้าออกจากกันเช่นเดียวกันที่สำคัญคุณซักผ้าด้วยโหมดของ

การซักผ้าแบบถนอมเสื้อผ้าจะช่วยในเรื่องของการป้องกันไม่ให้ให้เสื้อผ้าเสียหายและครึ่งคุยได้และที่สำคัญเราควรใช้ลูกกลิ้งที่เป็นทุกข์ปิ้งขจัดฝุ่นหรือเทปกาวปิ้งใส่เสื้อผ้าหรือใช้เทปกาวแปะเสื้อผ้าอยู่สม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อมีคุยนี่เป็นวิธีการถนอมการใช้งานเสื้อผ้าเพื่อป้องกันการเกิดคุยที่เสื้อผ้าซึ่งสามารถใช้ได้กับเสื้อผ้าทุกสภาพผิวผ้า     

 

 

บ้านเมืองญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้พื้นที่ใช้สอยต่างนั้นถูกจำกัดและพื้นที่เหล่านั้นจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เมื่อมีพื้นที่ภูมิประเทศที่น้อยทำให้ราคาที่ดินในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีราคาที่สูงมากๆ และจึงทำให้คนญี่ปุ่นส่วนมากนั้นนิยมที่จะเช่าบ้านมากกว่าการซื้อบ้าน

ในจังหวัดเกียวโตประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีราคาบ้านที่เช่าอยู่ประมาณ 70,000เยน หรือคิดเป็นเนไทยก็จะประมาณ20,000บาท ซึ่งถือว่าราราค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตัวบ้านที่มีขนาดไม่ใหญ่นักและที่จอดรถแยกต่างหาก ซึ่งราคานี้เป็นราคาบ้านเช่าในเมืองและอาจแตกต่างออกไปจากนอกเมืองของญี่ปุ่นซึ่งนอกเมืองอาจจะมีราคาที่ถูกกว่า ราคาบ้านในเมืองเกียวโตนั้นก็จะมีราคาที่แตดต่างกันออกไปตามสภาพบ้านด้วย มีตั้งแต่ราคาหลักหมื่นไปจนถึงราคาหลักแสน ซึ่งในราคานี้ต้องบอกก่อนว่าตัวบ้านไม่ได้ใหญ่มากนักถ้าหากเทียบกับไทยแล้วนั้น แต่ที่ราคาสูงอาจจะเป็นเพราะที่ตั้งทำเลของบ้านนั้นๆด้วย โดยลักษณะของบ้านส่วนใหญ่ในเมืองเกียวโตก็จะมีลักษะเป็นคล้ายตึกแถเป็นคูหาแต่มีหลังคาเหมือนบ้านนั่นเอง

ในเมืองเกียวโตนั้นก็จะมีบ้านหลากหลายแบบมากมีทั้งแบบสมัยใหม่ที่เป็นบ้านหลายชั้นและแบบบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เป็นชั้นเดียวก็มีกระจายกันออกไปอยู่ทั่วเมืองเกียวโต และสิ่งที่สำคัญมากๆนอกจากเรื่องที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้นคือที่จอดรถ ประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายว่าถ้าหากไม่มีที่จอดรถจะไม่สามารถซื้อรถได้ ดังนั้นการที่จะซื้อรถคือต้องมีที่จอดรถนั่นเอง

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะไม่ซื้อบ้านกันเนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในในเรื่องภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวเพราะญี่ปุ่นเป้นประเทศที่เกิดเหตุผลดินไหวรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง ทำให้การเช่าบ้านเป็นวิธีที่ดีกว่านั่นก็คือหากเป็นบ้านเช่าเราไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหากเกิดภัยแผ่นดินไหวแต่ถ้าหากเป็นบ้านของเราที่เราซื้อก็จะทำให้เราต้องรับผิดชอบความเสียหายของบ้านนั้นเอง และยังมีเหตุผลอีกที่ว่าหากซื้อบ้านเป็นของตัวเองอาจจะทำให้เกิดปัญหากับคนข้างบ้านได้คนญี่ปุ่นจึงหลีกเลี่ยงการซื้อบ้านเพื่อปัญหานี้ด้วยก็คือเค้าจะได้สามารถย้ายบ้านไปได้ตลอดไม่ต้องอยู่ที่เดิมซ้ำๆนั่นเอง และอีกเหตุผลที่ว่าคนญี่ปุ่นชอบที่จะเอาเงินไปทำอย่างอื่นมากกว่าการที่จะนำไปซื้อบ้านด้วยเพราะบ้านนั้นทีราคาที่แพงมากๆ ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คิดว่าการเช่านั้นดีที่สุด

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่สะอาดเพราะคนญี่ปุ่นนั้นเป็นคนที่มีระเบียบวินัยมากๆทำให้บ้านเมืองดูสะอาดตาและน่าอยู่

 

บ้านสไตล์อาร์ตเดโค หนึ่งในสไตล์บ้านยอดนิยม

วันนี้ทีมงาน คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ จะมาพูดถึงบ้านสไตล์ที่จะเรียกว่าเป็นแนวคล้ายคอนโดก็ว่าได้ เป็นบ้านที่มีหลายๆบ้านในที่เดียวกัน หรือไม่ก็เป็นบ้านของคนๆเดียวแต่รูปร่างสไตล์นั้นดูมีความเป็นเหลี่ยมสูงขึ้นไปเหมือนคอนโดซะมากกว่า แล้วบ้านไตล์นี้ก็ต้องบอกเลยว่าเห็นได้ตามประเทศต่างๆเป็นประจำ จนเรียกได้ว่าเป็นคล้ายการตกแต่งตกให้ดูเป็นสไตล์อาร์ตเดโคซะมากกว่า ซึ่งผมจะคิดว่าบ้านสไตล์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบัน เพราะมันมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง

สไตล์นี้จะเป็นกึ่งสไตล์การตกแต่งให้มีสีสันที่น่ารักๆ จะต้องเน้นไปทางสีสว่างๆทั้งหลายเพื่อนตัวบ้านนั้นมีความสวยเด่นสว่างๆนั้นเอง แล้วเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดสุดๆนั้นก็คือการใช้ทรงเรขาคณิตในการออกแบบส่วนต่างๆเพื่อให้ได้ความสวยแบบแปลกตานั้นเอง ถึงอย่างนั้นการใช้เรขาคณิตเป็นส่วนประกอบในการออกแบบนั้นก็เป็นหลักพื้นฐานของการออกแบบบ้านในหลายๆสไตล์ด้วยเช่นกัน ยิ่งกับสไตล์โมเดิร์นแล้วละก็ ต้องบอกเลยว่าใช้เยอะมากๆเช่นกัน ผมจึงคิดว่าบ้านสไตล์อาร์ตเดโคนั้นเป็นพื้นฐานของบ้านสไตล์โมเดิร์นก็เป็นได้

บ้านสไตล์นี้จริงๆแล้วเป็นการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากการออกแบบสไตล์ของเหล่าอียิปต์ เรียกได้ว่าถ้าไปประเทศแถบนั้นละก็จะเห็นได้บ่อยๆเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่นั้นสมัยโบราณนั้นก็มีการออกแบบแบบสไตล์นี้เช่นกัน ดังนั้นการออกแบบบ้านสไตล์อาร์ตเดโคนั้นเป็นสไตล์ที่ได้รับการพัฒนาและแรงบันดาลใจมาจากยุคแต่ละยุคของอียิปต์นั้นเอง

แต่ทุกวันนี้ก็ต้องบอกว่าบ้านสไตล์นี้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆแล้ว อาจจะเป็นการดูเชยไปสักหน่อยกับการทำบ้านหรือตึกที่เป็นสไตล์อาร์ตเดโค แล้วด้วยการใช้สีที่สดใสแล้วก็สว่างแบบนี้ทำให้กาลเวลามีผลกับสีมากๆ ยิ่งภาวะแดดเลียแล้วด้วยสีอาจจะซีดลงได้ง่ายๆ แล้วก็การที่อยู่ในประเทศแถบร้อนชื้นนั้นก็อาจทำให้ตัวบ้านที่เป็นสีขาวนั้นขึ้นตะไครได้ง่ายๆ แล้วก็จะหมองลงอย่างรวดเร็ว

ต้นไม้ที่ สามารถปลูกในห้องนอนได้

ต้นไม้ที่ สามารถปลูกในห้องนอนได้แถมยังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้นอนหลับสนิทได้ตลอดทั้งคืน

เชื่อว่าหลายๆคนมักจะพบปัญหาเมื่อถึงเวลาที่จะต้องนอนหลับแล้วกับนอนไม่ค่อยหลับซึ่งการนอนไม่หลับนั้นมีหลายสาเหตุและหนึ่งในสาเหตุนั้นอาจจะเป็นด้วยสภาพอากาศภายในห้องไม่สดชื่นเท่าที่ควรดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำการปลูกต้นไม้ที่สามารถนำต้นไม้ชนิดเหล่านี้มาปลูกไว้ภายในบริเวณห้องนอนเพื่อจะช่วยให้น้องนอนของเราอากาศบริสุทธิ์และยังช่วยทำให้เรานอนหลับสนิทตลอดทั้งคืนได้อีกด้วยมาดูกันค่ะว่ามีต้นไม้ชนิดไหนบ้าง

  1. ต้นมะลิ กลิ่นหอมหอมของมะลิช่วยปลอบประโลมจิตใจทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียดแล้วทำให้เรานอนหลับยาวตลอดทั้งคืนไม่สะดุ้งตื่นในยามดึก ทำให้เรานอนหลับได้อย่างเต็มที่ตื่นมาด้วยความสดชื่น พร้อมที่จะทำงานหนักได้ตลอดทั้งวันส่วนการปลูกดอกมะลิเอามาไว้ในห้องนอนนั้นให้เราเตรียมกระถางที่มีความสวยงามแล้วนำต้นมะลิขนาดเล็กมาลงดินปลูก ซึ่งเราควรวางกระถางของต้นมะลิไว้ในบริเวณที่มีแดดส่องถึงเป็นการลดน้ำก็ลดน้ำทั้งเช้าและเย็นแค่นี้ต้นมะลิก็ออกดอกสวยงามส่งกลิ่นหอมกล่อมให้เรานอนหลับฝันดีได้แล้วค่ะ
  2. ต้นลิ้นมังกร  สำหรับต้นลิ้นมังกรนั้นเหมาะที่จะปลูกในห้องนอนมากเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้นลิ้นมังกรจะคายออกซิเจน ทำหน้าที่ดูดสารพิษและคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงกลางคืน ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้รับประกาศที่บริสุทธิ์ อย่างเต็มปอดจะช่วยให้เรานอนหลับสนิทได้มากยิ่งขึ้น และสำหรับการดูแลรักษาต้นลิ้นมังกรนั้นทำได้ง่ายๆโดยเราปลูกในกระถางที่เลือกมาให้สวยงามเหมาะกับการนำมาวางในห้องนอนแล้ววางกระถางของต้นลิ้นมังกรไว้ตรงบริเวณที่มีแดดส่องถึงเพื่อที่ตอนกลางวันใบของลิ้นมังกรจะได้สังเคราะห์แดดและการดูแลรดน้ำก็ทำเพียงแค่วันละ 1 ครั้งเท่านั้น ค่ะ
  3. ต้นว่านหางจระเข้สำหรับต้นไม้ชนิดนี้ถือว่าเป็นต้นไม้อมตะที่คนอียิปต์นิยมปลูกกันมากต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้ดูแลเฉพาะเรื่องผิวพรรณถึงบาดแผลพุพองที่มีสาเหตุมาจากไฟไหม้เท่านั้นแต่ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีกมากมายอีกด้วย สำหรับต้นว่านหางจระเข้นี้เหมาะกับการปลูกในห้องนอนเป็นอย่างมากเพราะจะทำให้เรานอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้นเนื่องจากว่าต้นว่านหางจระเข้จะเป็นต้นไม้ที่คายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน สำหรับการปลูกไว้ในห้องนอนนั้นเราก็ปลูกลงในกระถางที่สวยงามแล้วไปวางไว้บริเวณที่แดดส่องถึงรำไรเท่านั้นเพราะต้นว่านหางจระเข้จะไม่ชอบแดดจัดส่วนการดูแลรักษาก็รดน้ำเพียงแค่วันละ 1 ครั้งก็พอ ค่ะ

 

ขอบคุณผู้ให้กาารสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

แนะนำไม้มงคล

 แนะนำไม้มงคล ที่ปลูกแล้วร่มรื่นและยังนำมาทำสมุนไพรได้อีกด้วย

               หากใครที่คิดว่าจะกำลังจะไปหาซื้อพวกต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ เป็นกลุ่มไม้ยืนต้นเพื่อจะนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านเพื่อให้บ้านร่มรื่นและให้ต้นไม้ช่วยบังแดดที่จะส่งมาถึงตัวบ้าน วันนี้เราของแนะนำต้นไม้ ที่สามารถปลูกให้ร่มเงาได้ดี และยังเป็นทีนิยมปลูกของคนทั่วไปเพราะชื่อของต้นไม้ที่มีความเป็นสิริมงคล ปลูกแล้วจะช่วยเสริมบุญบารมีให้กับเจ้าของบ้านและคนที่อยู่อาศัยภายในบ้านและที่สำคัญต้นไม้เหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นยาสมุนไพร เอาไว้รักษาร่างกายได้อีกด้วย จะมีต้นอะไรบ้างลองมาดูกันค่ะ

  • ต้นกันเกรา  เป็นต้นไม้ที่มีความสูงใหญ่และมีกิ่งก้านสาขาสวยงาม และหากมีการปลูกนานเกิน 5 ปีขึ้นไปต้นกันเกราจะออกดอกสีเหลืองสวยงาม สำหรับต้นกันเกรานี้ถือว่าเป็นต้นไม้มงคลที่คนนิยมนำมาปลูกไว้ในพื้นที่บริเวณบ้านกันมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่คนนิยมนำไปไว้ในหลุมของเสาเอกเวลาจะสร้างบ้านเลยทีเดียว โดยตามความเชื่อแล้วต้นกันเกราจะสามารถป้องกันภัยอันตรายที่จะเข้ามาทำร้ายคนในบ้านได้  และสำหรับต้นกันเกรานี้ถือว่าสรรพคุณทางการรักษาได้ด้วย เพราะสามารถนำมารักษาอาการของโรคไข้จับสั่น รวมถึงรักษาแผลพวกแผลพุพอง และรักษาอาการปวดแสบปวดร้อนได้อีกด้วย
  • ต้นทองหลางบ้าน เป็นต้นไม้อีกหนึ่งสายพรรณที่คนนิยมปลูกกันมากและยังนำต้นไม้ชนิดนี้มาประกอบพิธีการทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น พิธีการแต่งงาน พิธีการปลูกบ้าน และรวมถึงการวางศิลาฤกษ์ต่างต่าง สำหรับต้นทองหลางบ้านนี้ มีความเชื่อกันว่าหากบ้านไหนที่ปลูกต้นไม้ชนิดนี้จะมีแต่ความมั่งคั่งร่ำรวย มีแต่ความสมบูรณ์พูนผล สำหรับต้นไม้ชนิดนี้สามารถนำมาเป็นยาสมุนไพรได้ด้วย ทั้งลำต้น ไม่ว่าจะเป็น ใบ ดอก ราก หรือแม้แต่ลำต้น ล้วนนำมาเป็นยาสมุนไพรในการรักษาได้ทั้งสิ้น แต่ข้อเสียของต้นทองหลางบ้านนั้นจะมีใบร่วงเยอะมาก ดังนั้นจะต้องคอยหมั่นเก็บกวาดอยู่ตลาดเพื่อไม่ให้บ้านรก
  • ต้นมั่งมี   แค่ได้ฟังชื่อก็คงจะรู้แล้วว่าต้นไม้ชนิดนี้จะได้รับการนิยมนำมาปลูกมาแค่ไหน เพราะความหมายของต้นนี้คือการร่ำรวย มีเงินมีทอง มีบุญบารมี  สำหรับการปลูกต้นมั่งมีนั้นควรจะปลูกในพื้นที่ที่มีขนาดกว้างเพื่อให้ต้นไม้ได้แตกกิ่งก้านสาขาได้ดี เพราะเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ช่วยในเรื่องของการป้องกันแสงแดดได้อีกและยังมี มีดอกและดอกจะส่งกลิ่นหอมนาน  อีกทั้งยังสามารถนำมาเป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วย

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ขั้นตอนง่ายง่ายในการล้างแอร์ที่บ้านด้วยตัวเอง

สำหรับแอนนั้นโดยปกติแล้วเราควรจะมีการทำความสะอาดทุกทุกหกเดือนแต่ในบางครั้งมีการใช้แอนทำงานหนักมากเกินไปฝุ่นอาจจะมาจากอาเร็วกว่าปกติดังนั้นคุณแม่บ้านสามารถที่จะทำความสะอาดแอร์ของเราให้ใหม่สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าไปอยู่ในห้องแอร์ได้โดยขั้นตอนที่เราแนะนำจะเป็นการทำความสะอาดเบื้องต้นเท่านั้นซึ่งการทำความสะอาดใหญ่ก็ยังต้องพึ่งช่างแอร์อยู่เหมือนเดิมแล้วมาดูกันว่าคุณแม่บ้านสามารถทำความสะอาดแอร์ด้วยกันเองยังไงได้บ้างมีขั้นตอนอะไรมาดูกันค่ะ 

การทำความสะอาดแอร์ของคุณแม่บ้านไม่จำเป็นต้องทำให้ยุ่งยากมากนักโดยให้อย่างคนในบ้านปีนขึ้นไปเปิดแอร์แต่ว่าก่อนที่จะปีนให้ทำการปิดสวิตช์ไฟของแอร์ให้เรียบร้อยเสียก่อนเพื่อป้องกันไฟช็อตแล้วเมื่อเราเปิดฝาแอร์เรียบร้อยแล้วคุณแม่บ้านจะมองเห็นแผ่นกรองอากาศให้คุณแม่ว่าถอดแผ่นกรองอากาศว่ามันจะเป็นแค่การเสียบเอาไว้ด้านข้างเท่านั้นเมื่อถอดออกมาแล้วก็ให้นำแผนนั้นไปล้างทำความสะอาดและพึ่งดดให้แห้งส่วนในตัวแอร์ให้นำผ้าชุบน้ำพอหมัดมาอาจมาเช็ดทำความสะอาดตามช่องต่างๆ

เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยปล่อยทิ้งไว้สักพัก ให้อาหารให้เรียบร้อยแล้วนำแผ่นกรองอากาศกลับมาใส่ไว้ที่เดิมหลังจากนั้นก็เปิดแอร์ทดลองการใช้งานก็จะสามารถใช้งานได้โดยคนในบ้านจะเห็นว่าแอร์จะทำงานได้ดีขึ้นเย็นขึ้นและไม่รู้จักไม่รับรู้ว่ามีฝุ่นละอองออกมาจากช่องแอร์เลยซึ่งกันตอนนี้แม่บ้านสามารถทำให้ตัวเองเดือนละครั้งได้เลยไม่มีผลไม่มีอันตรายต่อการทำความสะอาดแอร์แต่ที่สำคัญเวลาที่ปีนล้างเช็ดทำความสะอาดแอร์ให้ระวังอันตรายฝนอาจจะตกจากที่สูงได้นี่เป็นแค่เพียงวิธีการทำความสะอาดในเบื้องต้นซึ่งทุกๆหกเดือนแล้ว

ยังต้องให้ทางช่างแอร์มาเช็ดทำความสะอาดให้เราเหมือนเดิมเพราะว่าเราเป็นการทำความสะอาดแค่นี้ภายนอกเท่านั้นแต่ข้างในแอร์ยังจะต้องพึ่งช่างเพราะจะต้องมีการขันน็อต เข้าไปนี้ละน้ำไปฉีดล้างซึ่งขั้นตอนเหล่านี้เราไม่สามารถทำเองได้ต้องให้ช่างผู้ชำนาญการทำเท่านั้น

  ข้อควรระวังในการหลังแอร์ก็คืออย่าใช้อะไรที่เป็นของแข็งขัดที่แผ่นกรองอากาศรุนแรงมากนักเพราะจะทำให้แต่งก็อากาศขาดได้ส่วนตรงปุ๊กฝากครอบแอร์ให้เช็ดทำความสะอาดและอย่าทำหล่นลงมาเพราะว่าจะทำให้แตกหักได้ส่วนคอมเพรสเซอร์ที่อยู่ด้านนอกหากเราสามารถล้างได้ให้ใช้น้ำฉีดน้ำไปล้างภายนอกให้สะอาดทิ้งเท่านั้นส่วนการทำงานอย่างอื่นเอาไว้ให้รอช่างแอร์ที่มีความสัมพันธ์การเป็นผู้มาทำจะดีกว่า 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

วิธีทำความสะอาดกระจก 

วิธีทำความสะอาดกระจก ให้สะอาดมีดังนี้

บ้านเรือนส่วนใหญ่นิยมการนำกระจกมาเป็นวัสดุสำหรับตกแต่งบ้างไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าต่างหรือแม้แต่บางครั้งเป็นผนังก็ยังทำเป็นผนังกระจกกั้นเพื่อต้องการความสวยงามซึ่งกระจกนอกจากจะทำให้ดูสวยงามน้ำแต่ก็ยังสามารถทำให้เกิดรอย-ควรได้ง่ายถึงแม้เราจะให้แม่บ้านเช็ดทำความสะอาดกระจกอยู่เป็นประจำแต่ก็มักจะพบปัญหารอย-รอยควรที่ตู้กระจกวันนี้เราจึงหาวิธีการง่ายง่ายที่จะมาจัดการกับรอย-ข่วนสำหรับกระจกที่บ้านของเราให้มากับสดใสแวววาวอีกครั้ง

1 ใช้ยาสีฟันในการทำความสะอาดกระจกลบรอย-ข่วนใช่ค่ะยาสีฟันที่เราใช้แปลงฟันกันทุกวันนี้ล่ะที่สามารถจะช่วยลบรอย-ควรบนตู้กระจกได้เพียงแค่บีบยาสีฟันมาทาตรงรอย-ข่วนเบาๆแล้วนำผ้ามาเช็ดบนตรงที่มีรอย-ข่วนที่เรานำยาสีฟันมาวางไว้เช็ดบนเบาเบาประมาณซัก 1 นาทีเสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเพียงเท่านี้คุณก็จะเห็นว่ากระจกของคุณกลับมาสดใสใหม่กิ๊กเหมือนเดิมและรอย-ควรก็หายไป

2 วิธีที่สองใช้เป็นตัวบิ๊กกินโซดาในการทำความสะอาดปกติแล้วบิ๊กกิ้งโซดาใช้สำหรับทำความสะอาดต่างๆอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแชร์พักผ่อนเม้ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำนอกจากนี้ยังสามารถกำจัดรอย-ควรบนกระจกได้ด้วยซึ่งเราสามารถทำได้เพียงแค่นำผ้ามาเช็ดกระจกให้สะอาดแล้วนำไปทิ้งโซดาผสมน้ำและนำผ้าไปชุบน้ำที่ผสมเด็กหญิงสุดาเช็ดกระจกตรงที่มีรอย-ข่วนเบาๆประมาณซักสองถึง 3 นาทีหลังจากนั้นก็เช็ดออกจากภาษีสะอาดคุณก็จะเห็นความสดใสแวววาวของก็จบกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยรอย-ควรจะค่อยค่อยจางหายไป          

3 น้ำยาล้างเล็บตัวนี้เลยที่จะช่วยคุณได้มากเกี่ยวกับการลบรอย-ข่วนวิธีการทำไม่ยุ่งยากแค่เรานำผ้าชุบน้ำพอหมัดมาเช็ดกระจกตรงที่มีรอย-ควรให้สะอาดหลังจากนั้นก็นำน้ำยาล้างเล็บชนิดใสป้ายไปตรงรอย-ข่วนที่กระจกทาบางบางไม่ต้องหนาเสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 60 นาทีรอจนกว่าน้ำยาล้างเล็บจะแห้งหลังจากน้ำยาล้างเล็บแห้งสนิทเรียบร้อยแล้วก็นำผ้าชุบน้ำสะอาดพอหมาดหมาดมาเช็ดทำความสะอาดตรงน้ำยาล้างเล็บที่เราได้ทาลงไปหลังจากนั้นก็รอดูผลความใสสะอาดของกระจกได้เลยคุณจะเห็นว่ารอย-ควรได้หายไปจนแทบมองไม่เห็นรอย-ข่วนอีกเลย

นี่เป็นการทำความสะอาดกระจกให้ไม่มีรอย-ข่วนเกิดขึ้นหากใครสนใจสามารถนำวิธีการไปทดลองทำได้นะคะ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Older posts Newer posts