ซื้อบ้านกับโครงการ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้อยากมีบ้านแล้วไม่อยากสร้างบ้าน เป็นเรื่องที่มีการพูดกันอยู่เสมอสำหรับคนที่ซื้อบ้านกับโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการขนาดเล็กมักประสบปัญหาแบบเดียวกันเกือบทั้งหมดนั่นก็คือในช่วงที่มีการเข้ามาดูบ้านด้วยทำการซื้อนั้นบ้านก็จะมีความสวยงามน่าอยู่แต่เมื่อมีการโอนเงินกันเป็นที่เรียบร้อยและย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วไม่เกิน 1 ปีผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มักจะพบว่าบ้านนั้น

มีปัญหาตั้งแต่ในเรื่องของพื้นดินทรุดตัวบ้านมีการร้าวสีรอยแยกรอยแตกพื้นกระเบื้องแตกห้องน้ำชำรุดและปัญหามากมายอีกจิปาถะที่เกิดขึ้นซึ่งวิธีการดูบ้านเบื้องต้นเพื่อไม่ให้ประสบกับปัญหาดังกล่าวนั้นคนส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นวิธีการไปจ้างบริษัทที่สามารถตรวจสอบบ้านได้ว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน

โดยจะต้องเสียค่าจ้างอยู่ที่ประมาณครั้งละ 3,000 บาทถึง 5,000 บาทซึ่งเวลาที่ใครจ้างให้บริษัทมาดูจุดบกพร่องของตัวบ้านก็มักจะพบปัญหาทุกครั้งและที่สำคัญเมื่อมีการสั่งให้แก้ไขแล้วแต่เมื่อมีการโอนเซ็นชื่อบ้านก็ยังพบปัญหานั้นอยู่ซึ่งบ้านส่วนใหญ่ที่พบปัญหานั้นหลักๆเลยก็คือปัญหาในเรื่องของดินทรุดโดยเฉพาะดินบริเวณลานจอดรถนั้นจะทรุดเร็วมาก

โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านในโครงการนั้นมักจะไม่ค่อยมีการลงเสาเข็มบริเวณที่จอดรถอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุการณ์ที่เรามักใช้กันอยู่เป็นประจำอย่างเช่นล่าสุดก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาโพสต์เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาเมื่อเขาได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งในราคา 2 ล้านจากโครงการแห่งหนึ่ง

ซึ่งหลังจากที่เขาเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแค่เพียง 2 ปีเท่านั้นเขาก็ประสบปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นรอยแตกร้าวตามมุมต่างๆของภายในบ้านหลังคารั่วรวมถึงพื้นแตกกำแพงแตกและอีกมากมายที่เขามีการสาธยายมานับไม่หวาดไม่ไหวซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือจะต้องมีการประสานงานให้ทางโครงการเข้ามาแก้ไขแต่เราก็รู้กันดีว่าเมื่อโครงการเข้ามาแก้ไขนั้นก็จะแก้ไขได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานปัญหาเหล่านี้ก็จะกลับมาอีกซึ่งไม่ใช่เฉพาะโครงการที่ชายชาวขอนแก่นนี้เจอเท่านั้นแต่เป็นทุกโครงการที่มีหลายคนได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านของตนเองเมื่อมีการซื้อแล้วก็มักจะเจอปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าบ้านของคุณนั้นจะราคากี่ล้านก็ตามขนาดที่ราคา 50 ล้านก็ยังเคยมีการโพสต์เกี่ยวกับปัญหาบ้านมีรอยรั่วซึมกันมามากมายแล้ว

ดังนั้นหากใครก็ตามที่จะมีการซื้อบ้านควรจะมีการตรวจสอบให้ละเอียดโดยเฉพาะในเรื่องของการถมที่ดินก่อนที่จะมีการสร้างบ้านนั้นว่ามีการสร้างบ้านบนพื้นที่ดินที่มีการถมดินมานานมากแค่ไหนเพราะส่วนใหญ่แล้วโครงการมักจะเอาดินมาถมแล้วก็สร้างบ้านเลยทำให้บ้านสดได้เร็วซึ่งทางที่ดีเราควรจะหาโครงการที่มีการถมที่ทิ้งไว้ประมาณอย่างต่ำ 5 ปีแล้วค่อยมีการสร้างบ้านจะช่วยให้บ้านของเรานั้นสดได้ช้าลง และเมื่อบ้านไม่พบปัญหาเรื่องของการทรุดปัญหาอื่นๆตามมาก็จะน้อยลงไปด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub online ผ่านเว็บ